วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

About me !!


อยากรู้จักผู้ทำ Blog คลิกเข้าไปได้ที่นี่ ..

http://minniebarz.blogspot.com/p/blog-page.html

•ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง•

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง,สมุทรปราการ


องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้งและประชาชนบางน้ำผึ้งได้ร่วมใจปลุกวิถี ชีวิตดั้งเดิมขึ้นมาใหม่  พร้อมใจสร้างตลาดขึ้นมาใหม่  “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับขายสินค้าของชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงฝั่ง เมืองพระประแดง จนถึงปัจจุบันเติบโตจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นตลาดใกล้กรุงที่มีสินค้าหลากหลายทั้งของกินของใช้ของฝากนานาชนิด จัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ขนานไปกับคลองซอยสายเล็ก ๆ ที่แตกแขนงจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพื้นที่ที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน จัดจำหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์, ปลาสวยงามหลากชนิด, และผลิตผลของชาวบ้าน เช่น มะพร้าวอ่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยหอม ชมพู่มะเหมี่ยว, ขนมหวานพื้นเมืองฝีมือชาวบ้าน เช่น  ขนมถ้วย ขนมจาก กล้วยแขก ม้าฮ่อ ขนมตระกูลทอง กาละแมกวน ฝอยเงินที่ใช้ไข่ขาวต้มในน้ำเชื่อมรสหวานชุ่มคอ หมี่กรอบโบราณ ฯลฯ อาหารคาว เช่น ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ไส้กรอกโบราณ ห่อหมกหมู หอยทอดในถาดขนมครก ไก่สะเต๊ะ น้ำพริกต่าง ๆ  พร้อมเลือกผักเคียงข้างจาน เช่น ผักกระถิน ผักบุ้ง ผักหนาม ผักดองชนิดต่างๆ ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปพืชผักให้มีรับประทานนอกฤดูกาล นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงในจังหวัด สมุทรปราการ เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเลอย่างกุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากรกมะพร้าว ของตกแต่งบ้าน – ดอกหญ้าหลากสี, โมบายล์ ลูกตีนเป็ดรูปร่างแปลกตา เป็นต้น


บริการต่าง ๆ ในตำบลบางน้ำผึ้ง
- เรือพาย ลำละ 20 บาท
- นวดแผนโบราณ
- จักรยานให้เช่า 30 บาท/คัน
- โฮมสเตย์
- เรือชมหิ่งห้อย

ที่ตั้ง: วัดบางน้ำผึ้ง, ตำบลบางน้ำผึ้ง, อำเภอพระประแดง
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ 8 นาฬิกา - 14 นาฬิกา
ค่าเข้า: ฟรี

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วนขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง – สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายตรงสถานีบริการน้ำมัน พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดให้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งจะเป็นที่จอดรถ รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.138, สาย 82, ปอ.140 สาย 82 , สาย 506 ไปลงตลาดพระประแดงแล้วต่อรถประจำทางสายพระประแดง-บางกอบัว ก็จะผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ข้อมูลจาก

http://www.paknam.com/thai/bang-nam-pheung.html

•ตลาดน้ำอโยธยา•

ตลาดน้ำอโยธยา,พระนครศรีอยุธยา


ตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็น บนเนื้อที่ 60 ไร่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับปางช้างอโยธยาข้าง วัดมเหยงคณ์ จะเรียกได้ว่าเป็นตลาดน้ำที่ยิงใหญ่ที่สุดในเมืองอยุธยา เป็นตลาดย้อนยุคแบบโบราณ แวดล้อมไป ด้วยธรรมชาติ แบบไทยพื้นบ้านและสายน้ำ จัดแบ่งเป็นโซนๆ ตลาดน้ำอโยธยามีร้านค้ามากถึง 249 ร้าน ประกอบ ด้วยเรือสินค้า ขายอาหาร 50 ลำ ตลาดนัดชุมชนวิถีไทกว่าอีก 40 ร้าน และร้านค้าต่างๆ อีก 159 ร้าน มีสะพานเดิน ริมแม่น้ำเพื่อ เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มชาวบ้านต่างอำเภอ หรือสินค้า OTOP มากมายหลากหลายชนิด

จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ตลาดน้ำอโยธยาได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น  ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา  ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยาเป็นต้น ถือได้ว่า ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน
 
สิ่งที่น่าสนใจในตลาดน้ำอโยธยา
1. นั่งเรือชมบรรยากาศของตลาดน้ำ
ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือชมตลาดน้ำได้อย่างทั่วถึงและได้บรรยากาศไปอีกแบบ โดยจะตั้งอยู่ในโซนทางเข้า หน้าตลาด ค่าบริการคนละ 20 บาท

2. เดินชมถ่ายรูปตามมุมและร้านค้าต่างๆ
ตลาดน้ำอโยธยา มีมุมสวย น่ารัก ให้เลือกมากมาย เริมตั้งแต่เข้ามาถึงบริเวณทางเข้าด้านหน้ากับป้ายชื่อ ตลาดน้ำอโยธยา ที่จำลองกำแพงเมืองเก่ามาตั้งไว้ที่นี่ รวมถึงรูปปั้นเด็กไทยโบราณตัวใหญ่และสะพานไม้ข้าม ร่องน้ำ ที่มีอยู่ตามมุมต่างก็น่าดึงดูดไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าฮิปๆ เก๋ ให้เราได้ถ่ายรูปอีกหลายร้านอีกด้วย

3. แวะชิมอาหารอร่อย
การเดินชมตลาดเพื่อชิมอาหารรสชาดอร่อยๆเรียบคลองยาว หรือจะซื้อหาของกินของฝากบนร้านค้าที่ตั้งเรียงราย อยู่ในเรือนไทยอันงดงามรอบตลาดน้ำอโยธยาของเรา ก็เพลิดเพลินไม่แพ้กันที่นี่เขาคัดสรรของอร่อยทั่วเมือง ไทยมารวมไว้ โดยแบ่งเป็นโซนรับประทานอาหารไว้เป็นสัดส่วน ทั้งโซนที่เป็นร้านค้า และมุมของกินริมน้ำ ที่มี พ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขาย มีให้เลือกมากมายเช่นกันพร้อมโต๊ะที่นั่งให้เราได้นั่งกินอย่างสะดวกสบายหลายจุด
 4.ช้อปสินค้านานาชนิด
มีให้เลือกมากมายหลากหลายร้านค้า ตั้งแต่สิ้นค้าอินแทรนด์ เก๋ไก๋  เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า และสินค้าประเภท OTOP  เครื่องจักสาน มีดอรัญญิก หรืองานหัตถกรรมประเภทเฟอร์นิเจอร์ ของเก่า งานศิลป์ สปา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ฯลฯ ร้านขายของเก่า เครื่องเงิน เครื่องประดับ งานเขียน ยาสมุนไพร สินค้า ที่ระลึก เครื่องจักสาน สินค้า hand made ผ้าบาติก งานไม้จากกะลา งานแจกัน สปา งานไม้ตกแต่งบ้าน ฯลฯ ที่นี่ก็มีให้เลือกซื้อเลือกหากันไม่หวาดไม่ไหว

4. ขี่ช้างชมโบราณสถาน
เนื่องจากตั้งอยู่ในโซนเดียวกับปางช้างอยุธยา กิจกรรมขี่ช้างชมโบราณสถาน วัดมเหยงคณ์ ค่าบริการคนละ 100 บาท/รอบ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจขี้ช้างสามารถติดต่อได้บริเวณทางเข้า

5. ชมการแสดงพื้นบ้านและกิจกรรมต่างๆ
การแสดงพื้นบ้านจะแบ่งเป็นรอบๆ นอกจากนี้ตลาดน้ำอโยธยายังมีกิจกรรมมากมายทั้งเวทีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ รอบตลาดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน รำไทย เพลงฉ่อย เพลงละคร Hilight ยามค่ำคืนกับการแสดง มินิ ไลท์ แอนด์ ซาวน์ โดยในวันธรรมดามี 3 รอบ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 รอบ

รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลาดน้ำอโยธยา 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน ตั้ง แต่วันจันทร์ –อาทิตย์  เวลา 10.00น.-21.00น.
โทรศัพท์ 0-3588-1733


ข้อมูลจาก:

•ตลาดเก้าห้อง•

ตลาดเก้าห้อง,สุพรรณบุรี


คำว่า "เก้าห้อง" นำมาจากชื่อบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านของขุนกำแหงฤทธิ์ ตั้งอยู่ริมน้ำ ข้างวัดลานคา และอยู่ตรงข้ามตลาดเก้าห้อง เป็นบ้านเรือนไทย ฝาประกัน ใต้ถุนสูง ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 9 ห้อง มีศาลปู่ศาลย่าเป็นที่เคารพบูชา
ตลาดเก้าห้อง เป็นชุมชนร้านตลาด อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเก้าห้อง ตลาดนี้เคยคึกคักอยู่ เมื่อเจ็ดสิบแปดปีก่อน โดยมีบทบาท เป็นศูนย์กลางการค้าขายของชาวบ้าน ในทุ่งฟากตะวันตกของบางปลาม้า ทั้งยังเป็นทางผ่านของเรือเมล์โดยสาร ระหว่างสุพรรณ-งิ้วราย

ตลาดเก้าห้อง ก่อสร้างโดยชาวจีนชื่อ ฮง ประกอบอาชีพค้าขาย และรับเหมาก่อสร้างจนร่ำรวย จึงต่อแพค้าขายอย่างถาวร อยู่หน้าบ้านเก้าห้อง แล้วเปลี่ยนชื่อจากฮง มาเป็นนายบุญรอด เหลียงพานิชย์ เพื่อความสะดวกสะดวกในการค้าขาย
ด้วยกิตติศัพท์ความร่ำรวยของนายบุญรอด ล่วงรู้ไปถึงหมู่โจร จึงถูกบุกปล้นทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง ทางอำเภอได้ออกสกัดจับโจรได้ทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น พร้อมนำทรัพย์สินมาคืน ต่อมานายบุญรอดคิดสร้างตลาด เพื่อค้าขายบนบก ชาวบ้านเรียกตลาดนี้ว่า "ตลาดเก้าห้อง" ซึ่งคำว่าเก้าห้อง นำมาจากชื่อบ้านเก้าห้องนั่นเอง

ตลาดเก้าห้องมีอยู่ 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง

-ตลาดบน มีอายุประมาณ 74 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น แบบสถาปัตยกรรมจีน ประมาณ 20 ห้อง พระชาญสุวรรณเขตเป็นผู้สร้าง
     
-ตลาดกลาง มีอายุประมาณ 74 ปี สภาพเดิมเป็นโรงสีของนายทองดี ต่อมาสร้างเพิ่มเติม เป็นห้องแถวประมาณ 10 ห้อง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน
     
-ตลาดล่าง มีอายุเก่าแก่ที่สุดประมาณ 104 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น แบบสถาปัตยกรรมจีน ประมาณ 20 ห้อง สร้างโดยนายบุญรอด เหลียงพานิชย์

หอดูโจรในตลาดเก้าห้อง

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยนายบุญรอด เหลียงพานิช เป็นหอก่ออิฐถือปูน กว้าง 3x3 เมตร สูงราวตึก 4 ชั้น มีบันไดขึ้น 4 ชั้น ชั้นบนเป็นดาดฟ้า แต่ละชั้นฝาผนังจะมีรูโต ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว เมื่อเราขึ้นไปบนยอดสุด จะมองเห็นทัศนียภาพ ทั้งทางน้ำและทางบก ตลอดจนตลาดเก้าห้องได้หมด

สำหรับท่านที่ต้องการเห็น สภาพตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม นับวันแต่จะหายไป ท่านสามารถสัมผัสกับบรรยากาศได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพตลาด หอดูโจร บ้านเรือนไม้เก่า หรือชีวิตแบบเรียบง่าย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร (ดงดอกเหมย, ลอดลายมังกร) ภาพยนตร์ (อั้งยี่, แม่เบี้ย, ซีอุย, 7ประจัญบาน) นอกจากนี้ ยังถ่ายทำโฆษณา และมิวสิควีดีโอ มาแล้วมากมาย การค้าขายสินค้าท้องถิ่น อาทิเช่น ขนมจันอับ (ขนมเปี๊ยะ) กระหรี่พั๊บ ห่านพะโล้ เรือกาแฟ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ขนมไทยพื้นบ้าน หัตถกรรมจักสาน เป็นต้น ที่ยังมีให้สัมผัสได้ทุกวัน

รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดเก้าห้อง
ที่ตั้ง : ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ในเขตตำบลบางปลาม้า  อำเภอบางปลาม้า  จังหวัดสุพรรณบุรี 

การเดินทาง 
รถยนต์ส่วนตัว
- อยู่ห่างจากถนนใหญ่ (กรุงเทพ-สุพรรณ-ชัยนาท) ประมาณ 6-7 กิโลเมตร ต้องเ่ลี้ยวแยกเข้าไป
- หากจะไปเที่ยว ถ้ามาจากกรุงเทพ ก่อนถึงทางแยกเข้าอำเภอบางปลาม้า ประมาณ100 เมตร ทางซ้ายมือผ่านวัดลาดหอย และปั้มคาลเท็กซ์ มีทางแยกซ้ายติดปั้ม เลี้ยวเข้าไป (มีป้ายบอกทาง) ผ่านวัดสวนหงส์ เลี้ยวขวา ตรงเข้าไปจนถึงตลาดเก้าห้อง อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนวัดบ้านหมี่ จอดรถที่ตลาดสด - สถานีดับเพลิง
       
สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ที่ทำการคณะกรรมการพัฒนาตลาดเก้าห้อง คุณปุ๊ก โทร. 0- 1828-8695
- ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 โทร. 035-587044

ข้อมูลจาก

www.yourhealthyguide.com/travel/tc-9-rooms.html

     
                 
   

•ตลาดน้ำตลิ่งชัน•

ตลาดน้ำตลิ่งชัน,กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางขุนศรี หรือที่คนทั่วไปคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่า "คลองชักพระ" มีความสวยสดงดงาม มีอากาศบริสุทธิ์วิ่งวนหล่อเลี้ยงอยู่ทุกอณูของลมหายใจ ราวกับได้ย้อนยุคกลับไปสู่สังคมในอดีตที่มลพิษยังไม่ก้าวล้ำข้ามเส้นแบ่ง มารบกวน ภาพโดยรวมของสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดกึ่งชนบท ที่ผสมผสานวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้านกับธรรมชาติเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้สิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้าเมื่อไปเยือน คล้ายภาพถ่ายในอดีตที่ผู้คนต่างทำมาหากินในระดับชีวิตแบบพอเพียง ด้วยการเก็บพืชผัก ผลไม้ จากไร่สวนมาขายทำให้ผลผลิตที่วางเรียงรายขาย จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล บางคนก็แปลงกายจากแม่บ้านเป็นแม่ค้าโชว์ฝีมือทำอาหารรสเด็ดตามสไตล์ที่ถนัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่ของหวานและอาหารรสจัด รสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิม ด้านหน้าของตลาดน้ำก่อนจะลงไปสู่ตัวแพ สองข้างทางเต็มไปด้วยของขายละลานตามากมาย ทั้งขนมหวานที่หาทานยาก ผลไม้เนื้อนุ่มหวานฉ่ำ งานหัตถกรรมฝีมือดีน่าชื่นชมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงของดีฝั่งธน ต้นไม้และกล้วยไม่นานาพันธุ์ที่เพาะส่งตรงมาจากสวนส่วนตัว


ร้านหมูสะเต๊ะ ริมทางเดินก่อนลงโป๊ะซึ่งต้องขอยกนิ้วให้กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ที่บดถั่วลิสงหยาบๆ ผสมลงไปด้วย ความกรุบกรอบ น้ำจิ้มที่หวานมันกับเนื้อหมูนุ่มเข้ากันอย่างลงตัว

ร้านขนมเบื้องญวณ คนขายหน้าตาอิ่มเอิบดุใจดีนั่งขายอยู่ไม่ไกลจากทางลงแพ การันตีว่าขนมเบื้องญวณร้านนี้ ครบเครื่องสูตรแท้ดั้งเดิม ยิ่งเมื่อตักเป้นคำเล็กๆ ทานคู่กับอาจาดความหวานของไข่จะคลุกเคล้ากับส่วนผสมข้างในเป็นอย่างดี



นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ยังมีร้านที่รสชาติดีรอให้ คุณไปลิ้มลองด้วยตัวเองอีกมาก อย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ส้มตำ ก๋วยจั้บ เต้าหู้ทอด ปลาเผา ปลาดุกย่าง ของหวานก็มีหลายอย่าง ฯลฯ ซึ่งรับประกันเลยว่าอร่อยเด็ดทุกร้านเพราะต่างทำด้วยฝีมือเน้นๆ และใจรักที่จะขายล้วนๆ

แถบฝั่งธนจะมีสวนกล้วยไม้สำหรับตัดดอกมาขายกันเยอะ ดังนั้นจึงมีดอกกล้วยไม้มาขายกันมากมายหลายชนิด และมีต้นไม้ีให้เลือกซื้อกลับไปปลูกกันที่บ้านกันอีกด้วย
หลังจากที่หนังท้องตึงก็ถึงเวลาผ่อนคลายกันด้วยกิจกรรมเบาๆ แต่ฮอตฮิตเป็นอย่างมากสำหรับผู้มาเยือนที่นี่ นั่นคือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่งเรือทัวร์คลอง สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติอันหลากหลาย ของสองฟากฝั่งคลอง โดยพาหนะที่ช่วยโน้มดึงให้ผู้มาเยี่ยมเยียนกลมกลืนไปกับสายน้ำแห่งนี้มาก ขึ้น คือเรือหางยาวท้องแบนรูปตัววี ซึ่งในปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีให้ได้พบเห็นกันแล้ว

รายรอบสองข้างทางระหว่างนั่งเรือ ภาพที่ปรากฏให้เห็นคล้ายเป็นภาพอันสวยสดในโปสการ์ดหลุดออกมา ไม่ว่าจะเป็นภาพเด็กกระโดดลงเล่นน้ำริมคลองอย่างสนุกสนาน การซื้อของข้ามคลองโดยการชักรอก ต้นลำพูที่ปล่อยรากอากาศยาวหยอกล้ออยู่กับแม่น้ำ รวมไปถึงบ้านเรือนไทยซึ่งปลูกสร้างอย่างสวยงาม

รวมถึงการได้ชมความงามของวัดวาอาราม เก่าแก่ริมฝั่งคลอง ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อด้วยความประทับใจที่ไม่มีวันลืมกับการได้สัมผัสประเพณีเก่าแก่ ลอดใต้อุโบสถให้สูงขึ้นจากพื้น 2 เมตร พร้อมทำบุญให้อาหารปลาบนเรืออย่างสนุกสนานอีกด้วย

ความครบครันของวิถีชีวิต ธรรมชาติ และ บรรยากาศในตลาดน้ำตลิ่งชันที่ไหลวิ่งเวียนวนอยู่คู่กับชาวบ้านมานานแสนนาน เป้นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยกระดับให้เมืองกรุงพร้อมอวดโฉมรับสมญานาม "เวนิสตะวันออก"อย่างเต็มภาคภูมิมากยิ่งขึ้น


รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดน้ำตลิ่งชัน


ที่ตั้ง : บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น

ที่จอดรถ : ลานจอดรถของ สนง.เขตตลิ่งชันเลย ถ้าเต็มให้ขับรถตรงออกมา จะมีที่จอดรถของเขตอีกที่นึงทางด้านซ้ายมือ (อยู่ใกล้เคียงกับ วัดกาญจนสิงหาสน์ วัดรัชฏาธิฐาน วัดเรไร ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร)

การเดินทาง :
รถยนต์ส่วนตัว
ใช้ถนนบรมราชชนนี โดยถ้าใช้ถนนพื้นราบ มาจากทางสะพานกรุงธนหรือสะพานพระปิ่นเกล้า
พอข้ามสะพานข้ามคลอง (ที่มีขนส่งสายใต้อยู่ทางซ้าย) ก็ให้ชิดซ้ายสุดเข้าทางคู่ขนาน แล้ว เลี้ยวซ้าย เข้าซอยแรกทันที ตรงนี้ต้องขับรถระวังหน่อยเพราะต้องรีบชิดเข้าซ้าย พอเข้าซอยมาได้แล้วก็มา เลี้ยวขวา ที่แยกแรกที่เจอ แล้วตรงไปจนเจอสามแยก เลี้ยวซ้าย เข้าไปก็จะถึงแล้ว
ถ้าใช้ทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าฯ มาจากสะพานพระราม 8 ขาออก หรือปิ่นเกล้า
ให้ใช้ทางออก ตลิ่งชัน ลงมา วิ่งผ่าน สน.ตลิ่งชันมานิดเดียวก็ ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนฉิมพลี ได้เลย สังเกตว่าแยกเข้าถนนฉิมพลีจะอยู่ตรงทางลาดขึ้นสะพานลอยกลับรถ ขับเข้ามาตามถนนฉิมพลีเรื่อยๆ ไม่ต้องเลี้ยวที่แยกไหน ก็จะมาเจอกับตลาดน้ำตลิ่งชัน ระวังอย่าขับเพลินเลยทางเลี้ยวเข้าถนนฉิมพลีไป เพราะเลยไปอีกนิดจะเป็นถนนราชพฤกษ์ ที่เลี้ยวซ้ายไปเพชรเกษมโน้นเลย

ขากลับ

สำหรับใครจะใช้บรมราชชนนีขาเข้ากลับเข้ามา เพื่อจะข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าหรือสะพานกรุงธน แนะนำว่าให้กลับออกมาทางถนนฉิมพลี คือ ถนนที่ถ้าเดินออกจากตลาดก็ตรงต่อไปเลย วิ่งตามทางไปเรื่อยพอมาถึงถนนบรมราชชนนีแล้ว ไม่ต้องวิ่งไปหาสะพานลอยกลับรถที่อยู่ไกล เราจะมาใช้ถนนราชพฤกษ์ช่วยพาเรากลับเข้าเมืองกัน
พอเลี้ยวออกจากถนนฉิมพลีมาเข้าบรมราชชนนี กันแล้ว เลยมานิดเดียวก็ให้ เลี้ยวซ้าย เข้าถนนราชพฤกษ์ที่ชี้ว่าไป "เพชรเกษม" ได้เลย เข้าราชพฤกษ์มาจะมี ทางกลับรถลอดใต้สะพาน อยู่ข้างหน้า ให้กลับรถ มาแล้วชิดขวาเข้ามาในทางด่วนวิ่งข้ามบรมราชชนนีมา แล้วก็ ใช้ทางออกด้านซ้าย ตามป้ายชี้ทาง "ปิ่นเกล้า" มา แค่นี้ก็สามารถย้อนกลับเข้าเมืองมาได้แล้ว

รถประจำทาง
สายที่ผ่านคือ สาย 79 (ราชประสงค์ - พุทธมณฑลสาย 2) เส้นทางจะผ่านหน้าตลาดพอดี


ทัวร์คลอง : เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00, 11.00, 13.00, 14.00 (เที่ยวละ 2 ชั่วโมง)

สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2424-1712 , 0-2424-5448 

ข้อมูลจาก 
www.yourhealthyguide.com/.../tc-taladnam-talingchan.htm

•ตลาดดอนหวาย•

ตลาดดอนหวาย,นครปฐม

ตั้งอยู่ที่ ต. บางระทึก อ. สามพราน จ.นครปฐม ริมแม่น้ำท่าจีน ความยาวของตลาดประมาณ 300 เมตร อยู่ติดกับวัดคงคารามดอนหวาย

ตลาดมีลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ตั้งแต่อดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
ตลาดเริ่มบูมตั้งแต่ปี 42-43 สมัย IMP ข้าวของแพง คนไทยประหยัด จึงค้นหาสินค้าราคาประหยัด

เดิมทีเป็นเพียงตลาดภายในชุมชนที่ไม่ได้ใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงโด่งดังอะไร ในยุคที่การสัญจรและการค้าขายทางน้ำยังคับคั่ง ชาวบ้านจะพายเรือแจวมาซื้อหาข้าวปลาอาหาร ที่ตลาดดอนหวายกันทุกวัน จนมาชั่วเวลาหนึ่ง สีสันการค้าขายของชุมชนแห่งนี้ก็จืดจางลงไป เนื่องจากมีการสร้างถนนวัดไร่ขิง ตัดผ่านหน้าชุมชนเมื่อประมาณ 30ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้ชาวบ้านหันไปซื้อหาของจากนอกชุมชนแทน เพราะการเดินทางสะดวกขึ้น พ่อค้าแม่ขายในตลาดดอนหวาย จึงต้องโยกย้ายแหล่งทำมาหากินไปอยู่ที่อื่น ตลาดดอนหวายเกือบจะกลายเป็นตลาดร้าง มีร้านค้าอยู่ไม่ถึง 10 ร้านที่ยังคงยืนหยัดค้าขายอยู่
จนมาวันหนึ่ง ประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา เมื่อทีมงาน "เที่ยวไป กินไป" จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำทีมโดย พลเอก โอภาส โพธิแพทย์ ได้เดินทางไปรับประทานเป็ดพะโล้ที่ร้านนายหนับ และตีพิมพ์เรื่องราวเป็ดพะโล้รสอร่อยของร้านนายหนับ และบรรยากาศตลาดดอนหวายสู่สาธารณชน ตั้งแต่วันนั้นก็เสมือนว่า ตลาดดอนหวายได้เกิดใหม่เป็นครั้งที่ 2 เพราะเช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดดอนหวายก็เต็มไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต้องการมาพิสูจน์ความเอร็ดอร่อยของ อาหารชนิดต่าง ๆ และชื่นชมบรรยากาศเก่า ๆ ที่นับวันจะหายากขึ้นทุกที พ่อค้าแม่ขายที่เคยย้ายไปค้าขายอยู่ที่อื่น เมื่อรู้ข่าวว่าตลาดดอนหวายกลับมาคึกคักอีกครั้ง ต่างก็พร้อมใจกันกลับมาค้าขาย ณ ตลาดเดิม พ่อค้าแม่ค้าจากที่ไกล ๆ เช่น อยุธยา ปทุมธานี ระยอง ฯลฯ ก็นำสินค้ามาจำหน่ายด้วย จำนวนร้านค้าจึงเพิ่มมากขึ้น สินค้าก็หลากหลายไปกว่าแต่ก่อน ประกอบกับรายการโทรทัศน์ และสื่อชนิดต่าง ๆ ทยอยกันทำข่าวเกี่ยวกับอาหารบ้าง เกี่ยวกับตลาดบ้างไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ช่วยประชาสัมพันธ์อีกแรงหนึ่ง ตลาดดอนหวายจึงมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว
ทุกวันนี้นอกจากนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงแล้ว นักท่องเที่ยวจากจังหวัดที่อยู่ไกลออกไป เช่น สุพรรณบุรี ระยอง ฯลฯ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็จะหาโอกาสแวะมาซื้อหาของกินอร่อย ๆ ที่นี่ แต่ที่มากสุด ก็เห็นจะเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯนั่นเอง เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะระยะทางไม่ไกลมากนัก และถนนหนทางก็สะดวก มีแผ่นป้ายบอกทางเข้าตลาดดอนหวายอย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน คือถ้าไม่มาซื้อเป็ดพะโล้ ก็ต้องมาซื้อขนมไทยซึ่งมีหลากหลาย หรือไม่ก็ห่อหมกปลาช่อน เพราะทั้งสามอย่างนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อ ขนาดว่าถ้าใครมาตลาดดอนหวายแล้วไม่ได้ซื้ออย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ กลับไป ก็แสดงว่ามาไม่ถึงตลาดดอนหวาย ในตลาดยังมีของอร่อย ๆ อีกมายมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ ทั้งน้ำอ้อย น้ำตาลสด น้ำมะพร้าวอ่อนที่หอมหวานน่าดื่ม บรรจุในตุ่มดินเผาใบเล็ก ๆ ทำให้เมื่อดื่มแล้วรู้สึกเย็นชื่นใจยาวนาน ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าหลังการเดินซื้อของได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีผักและผลไม้นานาชนิดจำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะส้มโอ ผลไม้ขึ้นชื่อของนครชัยศรีที่เจ้าของสวนขนมาขายเอง จึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ และสามารถต่อรองราคากันได้

 ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทานอาหาร ที่นี่เขาก็มีบริการล่องเรือชมบรรยากาศสองฟากแม่น้ำท่าจีนไปพร้อม ๆ กับการรับประทานอาหาร เป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ หรือถ้าไม่ต้องการรับประทานอาหาร เพราะอิ่มอร่อยไปเรียบร้อยแล้ว จะนั่งเรือชมบรรยากาศอย่างเดียวก็ได้ สนนราคาค่าโดยสารแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม และจะมีเรือออกเป็นรอบ ๆ ไป
สำหรับบรรยากาศทั่ว ๆ ไปของตลาดดอนหวายนั้น ในวันธรรมดาจะเงียบเหงา แต่พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนจะแน่นขนัดชนิดเดินหลีกกันไม่พ้นทีเดียว
แม้ตลาดแห่งนี้จะไม่ใช่ตลาดที่ก่อตั้งและพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 100 กว่าปีที่ผ่านมา แต่การที่ตลาดแห่งนี้หวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็เพราะความร่วมมือของคนในชุมชน ที่พยายามจะดำรงรักษาให้ตลาดแห่งนี้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป แต่ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เชี่ยวกรากเช่นนี้
ชาวชุมชนจะรักษาตลาดโบราณริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ไว้ได้นานสักแค่ไหน เป็นสิ่งที่คนในชุมชนต้องใคร่ครวญ และเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน 

ที่ตั้ง : วัดดอนหวาย อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม   
เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น. แต่ของและคนจะเยอะในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ - วันหยุดนักขัตฤกษ์ 
  
การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ถนนหมายเลข 338) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 26 จะถึงปั้มน้ำมัน JET ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน จากนั้นขับเลยปั้มน้ำมันไปประมาณ 600 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 3316 แล้วขับตรงไปประมาณ 5.5 กิโลเมตร ท่านก็จะถึง ตลาดดอนหวาย ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของท่าน

จากกรุงเทพฯ วิ่งมาตามถนนเพชรเกษม ผ่านบางแค อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน สวนสามพราน พอเลยสวนสามพรานมาให้สังเกตทางด้านขวามือจะเห็นป้ายบอกว่าวัดไร่ขิง (ตรงป้ายนี้เป็นแค่ทางเข้าวัดไร่ขิง ไม่ใช่ตัววัด ต้องวิ่งเข้าไปข้างในจึงจะเป็นวัด ระยะทางก็ประมาณ 2 กิโลเมตร) เมื่อเห็นป้ายแล้วให้วิ่งรถเลยไปแล้วไปกลับรถ (U- Turn) ใต้สะพาน หลังจากกลับรถใต้สะพานแล้ว ให้วิ่งย้อนกลับมาแล้วเลี้ยวซ้ายตรงป้ายที่บอกว่าวัดไร่ขิงนะครับ จากนั้นขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง วัดไร่ขิง ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน ซึ่งบริเวณริมน้ำหน้าวัดไร่ขิงจะมีเรือบริการไป-กลับ ตลาดน้ำดอนหวายด้วย ถ้าใครสนใจก็นั่งไปได้ (ค่าบริการท่านละ 50 บาท) จากวัดไร่ขิงขับตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึง ตลาดดอนหวาย ซึ่งตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน

รถประจำทาง นั่งรถจากสายใต้ใหม่ สายกรุงเทพ-นครปฐม, กรุงเทพ-ราชบุรี, กรุงเทพ-กาญจนบุรี, กรุงเทพ-สุพรรณบุรี (ควรเช็คว่ารถผ่านทางเข้าวัดไร่ขิงหรือไม่) แล้วลงตรงทางเข้าวัดไร่ขิง (ทางเข้าวัดไร่ขิงจะอยู่ทางด้านขวามือ ซึ่งอยู่เลยสวนสามพรานมานิดนึง) หลังจากลงรถแล้วให้เดินข้ามฝั่ง แล้วไปขึ้นรถสองแถว (ค่าบริการท่านละ 4 บาท) ไปลงที่วัดไร่ขิง ซึ่งบริเวณริมน้ำหน้าวัดไร่ขิงจะมีเรือบริการไป-กลับ ตลาดน้ำดอนหวายด้วย ถ้าใครสนใจก็นั่งไปได้ (ค่าบริการท่านละ 50 บาท) ถ้าไม่สนใจให้ท่านมาขึ้นรถที่ท่ารถสองแถว (ค่าบริการท่านละ 3 บาท) เพื่อไปยังตลาดดอนหวาย ซึ่งจะผ่านวัดท่าพูด (ระยะทางจากวัดไร่ขิงถึงตลาดดอนหวายประมาณ 5 กิโลเมตร) ก็จะถึงตลาดดอนหวาย ซึ่งตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ

รถตู้ มีรถตู้จากบริเวณร้านอาหารเฮือนไท (ใกล้กับห้างพาต้าปิ่นเกล้า) โดยจะให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น

 บริการเรือ
เรือศรีสวัสดิ์ (ย้อนยุค) :- บริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้น และเรือกระแชง โดยแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดท่าพูด วัดไร่ขิง และวังปลา เส้นทางที่สอง จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดไร่ขิง วังปลา วัดสรรเพชร วัดเดชา โรงเรียนนายร้อยสามพราน และสวนสามพราน
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-1448-8876, 0-1659-5805, 034-321038

เรือมิตรสายชลการท่องเที่ยว :- ให้บริการชมวิว 2 ฝั่งน้ำ บริการวิ่งไปทางด้านนครชัยศรี (คนละด้านกับเรือศรีสวัสดิ์) ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นธรรมชาติ สวน ไร่ และวัดริมแม่น้ำหลายวัด และมีบริการทัวร์จัดไปไหว้พระตลอดริมน้ำภายใน 1 วันถึง 9 วัด
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-9822-4585 อ้อย (มิตรสายชล)

ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/wb/view_topic.php?id_topic=583

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

•ตลาดบ้านใหม่..แปดริ้ว•

ตลาดบ้านใหม่..แปดริ้ว,ฉะเิชิงเทรา

  
ตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดที่อยู่คู่กับชาวแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับเนื่องมากว่า 100 ปี ในอดีตเส้นทางการสัญจรของชาวไทยส่วนใหญ่ จะใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ทำให้ตลาด และแหล่งชุมชนที่หนาแน่นส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณริมน้ำ เช่นเดียวกับชาวแปดริ้วที่มีตลาดบ้านใหม่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำสายหลัก แหล่งชีวิตของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเส้นทางน้ำสายนี้เชื่อมต่อไปจนถึงแม่น้ำปราจีนบุรี นับเป็นระยะทางถึง 230 กิโลเมตร ดังนั้นแหล่งเศรษฐกิจ การค้าขาย และวิถีชีวิตของตลาดที่อยู่ริมน้ำจึงมีความสำคัญและเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษ

จวบจนกระแสแห่งวัตถุ  และการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของเทคโนโลยี ทำให้เส้นทางการสัญจรทางน้ำถูกลดบทบาทลง  การสัญจรทางบกเข้ามามีบทบาทแทน จังหวัดฉะเชิงเทราเองก็หนีไม่พ้นวิถีนี้  ความคึกคักศูนย์กลางการค้าได้ย้ายที่เปลี่ยนไป มีตลาดใหม่เกิดขึ้น   รองรับการค้าขายทางบกแทน  ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวตลาดบ้านใหม่  อันเป็นตลาดริมน้ำที่ผูกพัน  อยู่กับการค้าขายชายน้ำ มีสภาพเงียบเหงา
บ้านเรือนบางส่วนชำรุดทรุดโทรม  แต่ยังมีชาวชุมชนส่วนหนึ่งที่ยังดำรงอยู่   และประคับประคอง ชีวิตที่ผสมผสานวัฒนธรรม ไทย-จีน ให้ยังคงอยู่  เมื่อกระแสการท่องเที่ยวกลายเป็นกระแสยอดนิยม ที่นำเศรษฐกิจ และความมั่งคั่งประกอบกับ มีอาการโหยหาอดีต(nostalgia) ของผู้คนมีเพิ่มมากขึ้น   เป็นการจุดประกายแนวคิด  ในการพัฒนาตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น จึงมีการพลิกฟื้นวิถีตลาดริมน้ำโบราณ ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง  ด้วยความร่วมมือของหลายฝ่ายในพื้นที่

มีการก่อตั้ง “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ขึ้นเพื่อดำเนินงานและดูแลร้านค้ากว่า 120 ร้าน ภายใน ตลาดบ้านใหม่ ภายใต้ชื่อ “ โครงการพัฒนา ตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ”  เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกทางหนึ่งด้วย  โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 ได้ร่วมให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ โดยจัดให้มีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2547  


 ภายในตลาดจะมีทั้งสินค้าที่เป็น อาหารต่างๆ ทั้งข้าวแกง อาหารตามสั่งรสชาติดั้งเดิม ก๋วยเตี๋ยว และกาแฟโบราณ เครื่องดื่มสมุนไพร ขนมไทย-จีน   ของเล่นโบราณ ของฝาก ของที่ระลึกนานาชนิด  รวมทั้งผักสด ผลไม้ท้องถิ่นสดจากสวน  ขายตรงถึงมือไม่ผ่านคนกลาง   โชคดีอาจเจอชาวประมงตกกุ้งแม่น้ำ  มาลอยเรือร้องขายกับจะๆ  ให้แย่งกันซื้อ


การเดินทาง
ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ เขตเทศบาลเมือง ฉะเชิงเทรา (ทางไป อ.บางน้ำเปรี้ยว)
ขับ รถเข้าถึงตัวเมืองแล้วขับตรงผ่านตลาด มาทางบางน้ำเปรี้ยว จากตลาดประมาณ2-3กม.เท่านั้น ถ้าไปไม่ถูกจริงๆ ถามชาวบ้านแถวตลาดได้เลยทุกคนเค้ารู้จักดี และมีน้ำใจบอกทางให้ จอดรถใต้สะพานรถไฟ ริมน้ำได้เลย หรือจะไปทางเรือก็ได้ จอดรถที่วัดโสธร ซื้อตั๋วเรือที่ท่าน้ำหลังวัด ในเรือมีไกด์ท้องถิ่นให้ข้อมูลเป็นสาระ เรื่องเมืองแปดริ้ว ชี้ชวนให้ดูเล่าเรื่องวิถีริมฝั่งน้ำบางปะกง ฟังเพลิน ชมเพลินๆ 20 นาที ก็ถึงท่าเรือตลาดบ้านใหม่แล้ว ขากลับก็ยังใช้สิทธิ์ ล่องกลับได้ ไม่ต้องเสียตังค์อีก


ข้อมูลจาก
http://www.thailandmgg.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5363088&Ntype=5

•ตลาดสามชุก•

ตลาดสามชุก,สุพรรณบุรี


เป็นตลาดห้องแถวไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) และรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต โดยแทบไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่ง ย้อนอดีตกลับไปยุคสมัยที่ตลาดสามชุกเฟื่องฟู ยุคนั้นชาวบ้านจะนำของพื้นเมือง รวมทั้ง เกลือ ฝ้าย แร่ สมุนไพร มาแลกเปลี่ยนซื้อขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ

ต่อมาเมื่อริมแม่น้ำสุพรรณ กลายเป็นแหล่งทำนาที่สำคัญ มีโรงสีไฟขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ตลาดสามชุกก็กลายเป็นตลาดข้าวที่สำคัญ มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก ทำให้ตลาดสามชุกไม่จำกัดบริเวณอยู่เฉพาะริมน้ำ แต่ยังขยายมาถึงริมฝั่ง โดยแต่ละปีมีการเก็บภาษีได้จำนวนมาก พร้อมๆกับมีการตั้งนายอากรคนแรก ชื่อ “ขุนจำนง จีนารักษ์”
      
ช่วงเวลาเฟื่องฟูของตลาดสามชุกกินเวลานานหลายสิบปี แต่หลังจากที่มีการตัดถนนผ่านสามชุก ผู้คนเปลี่ยนไปใช้ถนนเป็นเส้นทางสัญจรมากขึ้น ส่งผลให้ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการค้าที่ตลาดสามชุกเริ่มซบเซา แต่ตลาดสามชุกก็ยังคงดำเนินวิถีของตลาดห้องแถวไปอย่างต่อเนื่อง


ด้วยความที่ วิถีชีวิตและลักษณะทางกายภาพของชุมชนตลาดสามชุกมีกาลเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานับร้อยปี เหตุนี้ประชาคมชาวตลาดสามชุกจึงได้มีการปรับปรุง ฟื้นฟู และร่วมกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไม้ของตลาดสามชุกไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เพื่อให้ตลาดสามชุกกลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง





บ้านหลังนี้เป็นบ้านของขุนจำนง จีนารักษ์ ซึ่งเป็นนายภาษีอากรคนแรกและเป็นเจ้าของตลาดสามชุก ได้สร้างบ้านหลังนี้เมื่อ พ.ศ. 2459 ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัว รวมทั้งเป็นที่ต้อนรับและพักอาศัยของผู้หลักผู้ใหญ่และแขกบ้านแขกเมืองหลายคน”

การเดินทาง 
สู่ตลาดสามชุก จากกรุงเทพฯ ผ่าน อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี ไปจนถึงตัว จ.สุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 107 กม. จากนั้นไปตามหลวงหมายเลข 340 แยกเข้า อ. สามชุก ตัวตลาดอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่  
คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก โทร. 0-3557-2449, 0-3550-4498 และ 0-1640-3327

ข้อมูลจาก
http://www.moohin.com/trips/suphanburi/samchukmarket/

•ตลาดน้ำดำเนินสะดวก•

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก,ราชบุรี


หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า ตลาดน้ำคลองลัดพลี มีมานานกว่า 100 ปีเศษมาแล้ว ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการ อำเภอไปทางทิศตะวันออก 400 เมตรตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตั้งอยู่ที่คลองดำเนินสะดวกเหมาะที่จะไปเที่ยว ชมในเวลาเช้า เนื่องจากแดดไม่ร้อนและมีเรือขายสินค้าเป็นจำนวนมาก คลองดำเนินสะดวกเป็นคลองที่เชื่อม แม่น้ำท่าจีน กับแม่น้ำแม่กลอง เริ่มตั้งแต่ประตูน้ำบางยาง แม่น้ำท่าจีน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ถึงประตูน้ำบางนกแขวก แม่น้ำแม่กลอง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามทำให้ประชาชนในจังหวัด ราชบุรี สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงครามติดต่อถึงกันโดยสะดวกขึ้น ตลอดสองฝั่งคลองดำเนินสะดวก ที่มีความยาว 32 กิโลเมตรนี้ มีคลองซอย คลองเล็ก คลองน้อย แยกออกไปประมาณ 200 คลองเช่น คลอง สี่หมื่น คลองทองหลาง คลองโพธิ์หัก คลองขุน-พิทักษ์ คลองศรีราษฎร์ คลองลัดราชบุรี คลองฮกเกี้ยน ฯลฯ 

 ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามตลาดน้ำคลองต้นเข็ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของราชบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯราว 80 กิโลเมตร ในราวปี พ.ศ. 2409 รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกระยะทางกว่า 32 กิโลเมตร เชื่อมแม่น้ำแม่กลองที่บางนกแขวกกับแม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำบางยาง และมีคลองซอยเล็ก ๆ มากมาย ทำให้ชาวบ้านในราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวก
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 ในภาพของตลาดลอยน้ำที่คราคร่ำไปด้วยเรือพายลำย่อม บรรทุกสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อผ้าโทนสีเข้มแบบชาวสวน ใส่หมวกงอบใบลาน พายเรือเร่ขายแลกเปลี่ยนสินค้าในยามที่เส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหัวใจหลัก ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มค้าขายตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงประมาณ 12.00 น. ส่วนตลาดน้ำวัดปราสาทสิทธิ์ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่ยังคงวิถีชีวิตเดิม ๆ อยู่มากจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ และจะวายตั้งแต่ก่อน 08.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอำเภอดำเนินสะดวก โทร. 0 3224 1023, 0 3234 6161 หรือที่เว็บไซต์ www.damnoensaduak.com


ล่องคลองชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีบริการเรือเช่านำเที่ยว เรือพาย ราคา 300 บาท เรือหางยาว ราคา 600 บาท นั่งได้ประมาณ 8 คน พาไปดูสวน การทำน้ำตาลสด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ท่าเรือยุวันดา โทร. 0 3224 1392, 0 6668 9471, 0 9161 0909 

 ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
     - เปิดทุกวัน เวลา 07.00-12.00 น.
     - เรือพาย 300 บาท/8 คน
     - เรือหางยาว 400 บาท/8 คน
     - ค่าจอดรถ 20 บาท/คัน (ที่เอกชน)
การเดินทาง
รถยนต์  จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกได้ 2 เส้นทาง คือ
1. เดินทางไปตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านบางแค สวนสามพราน นครชัยศรี นครปฐม เลยกิโลเมตรที่ 83 ไปเล็กน้อย จะพบแยกบางแพ เลี้ยวซ้ายมือไปตามทางหลวงหมายเลข 325 อีกประมาณ 25 กิโลเมตร ข้ามสะพานธนะรัชต์เลยไป 200 เมตร แล้วแยกขวาเข้าไปอีก 1  กิโลเมตร
2. เดินทางไปตามสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ระยะทาง 63 กิโลเมตร  เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 325 ผ่านตัวเมืองสมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 325 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร  ทางเข้าตลาดน้ำอยู่ก่อนถึงสะพานธนะรัชต์ 200 เมตร และแยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี เที่ยวแรกออกตั้งแต่เวลา 05.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ  2 ชั่วโมง ลงรถบริเวณตลาดเชิงสะพานธนะรัชต์  จากนั้นสามารถโดยสารรถสองแถวบริเวณตลาดเชิงสะพานธนะรัชต์ เข้าไปถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นระยะทางอีก 1 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งสายใต้ (ห้องจำหน่ายตั๋วดำเนินสะดวก) โทร. 0 2435 5031 (ห้องจำหน่ายตั๋วราชบุรี) โทร. 0 2435 5036

นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปกับรถโดยสารสายอื่นได้ เช่น สายกรุงเทพฯ-ราชบุรี, กรุงเทพฯ-เพชรบุรี (สายเก่า) แล้วลงตรงสี่แยกบางแพ ต่อจากนั้นต่อรถสองแถวซึ่งวิ่งระหว่างทางแยกบางแพไปดำเนินสะดวก มีรถออกทุก 10 นาที

 ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/thai-tour/central/rachburi/data/place/damneonsaduak.htm

•ตลาดคลองสวน 100 ปี•

ตลาดคลองสวน 100 ปี,ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ

ตลาดคลองสวน 100 ปี ตั้งอยู่ริมคลองประเวศน์บุรีรมย์ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อเดินทางไปถึง ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ใหญ่มากเลยหรือ ถึงตั้งอยู่ทั้ง 2 จังหวัด แต่อันที่จริง มีคลองขั้นกลางซึ่งเป็นเส้นแบ่งจังหวัดพอดี

ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่  ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หากย้อนกลับไปในอดีต การเดินทางโดยเรือจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด ถ้าเดินทางจากฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพ ฯ จะต้องใช้เรือเมล์ขาวของนายเลิศซึ่งมีเพียงลำเดียว รับคนจากประตูน้ำท่าถั่ว (ฉะเชิงเทรา) ผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพมหานคร

เมื่ออดีตตลาดคลองสวนจึงเป็นจุดแวะพักและเป็นศูนย์รวมของชุมชน จุดแลกเปลี่ยนสินค้าและเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญและสะดวกที่สุดจะเห็นได้จากสิ่งปลูกสร้าง โรงเจ วัด และสุเหร่าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยจีน, ชาวไทยพุทธ, ชาวไทยมุสลิมจะอยู่บริเวณใกล้เคียงกันและอยู่ร่วมกันอย่างสงบ หากมีงานกุศล เช่น การขุดคลอง ทำถนน ต่างก็จะมาร่วมแรงร่วมใจพัฒนาสาธารณูปโภคร่วมกัน จุดพบปะนั่นคือร้านกาแฟ ทุกคนแม้ต่างศาสนาก็สามารถเข้ามาที่จุดนัดพบแห่งนี้ได้มาแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์การดำเนินชีวิต พูดคุยเรื่องข่าวสารเหตุบ้านการเมือง ร้านกาแฟจึงเป็นเสมือนสิ่งเสพติดที่ผู้คนในชุมชน ต้องมาพบกันเป็นประจำทุกเช้าอย่างขาดเสียมิได้ แม้ในทุกวันนี้ ร้านกาแฟก็ยังเป็นจุดนัดพบของชุมชน


ปัจจุบันตลาดคลองสวน 100 ปี โดยความดูแลของสำนักงานเทศบาลตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และสำนักงานเทศบาล ตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้สนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์บ้านเรือน รวมทั้งการดำเนินชีวิตให้คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และส่งเสริมให้ตลาดคลองสวน เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้ดูวิถีชีวิต รวมทั้ง สิ่งปลูกสร้าง ที่ยังมีกลิ่นอายในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

การเดินทาง 
จากกรุงเทพ ฯ ใช้ถนนทางด่วนมอเตอร์เวย์ สังเกตป้ายชี้
“ ตลาดคลองสวน 100 ปี ” เลี้ยวซ้าย หรือถนนสายอ่อนนุช – ฉะเชิงเทรา
ผ่านเทคโน ฯ ลาดกระบังขับตรงไปตลอด ตลาดคลองสวน 100 ปี
อยู่ด้านซ้ายมือ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

• สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284
• เทศบาลตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร.0-3859-5633, 0-3859-5716
• เทศบาลตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
โทร. 0-2739-3253, 0-2739-3329, 0-2704-1273

ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/wb/view_topic.php?id_topic=558

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

•ตลาดน้ำคลองสระบัว•

ตลาดน้ำคลองสระบัว,อยุธยา

ตลาดน้ำคลองสระบัว ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลาดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของต้นไม้และ ผืนหญ้า เมื่อได้ผ่านเข้าไปก็ยิ่ง เห็นถึงความแปลกแตกต่างจากตลาดนำ้ทั่วไปที่ได้พบมา เพราะที่ตลาดน้ำคลองสระบัว ถูกเนรมิต ขึ้นมาให้อยู่ท่ามกลางความสดเขียวของเรียวรวงข้าวกลาง ท้องทุ่งนาของเมืองอยุธยาจริง ๆแค่เส้นทาง ที่ใช้เดินเข้าสู่ตลาดก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความต่างกับตลาดน้ำ ตลาดโบราณ หลาย ๆ แห่ง เน้นการตกแต่งด้วยของ ง่าย ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันของเกษตรกร เช่น อุปกรณ์หาปลา ปิ่นโต หม้อดินเผามีเป็นเรือนไม้หลังจากมุงแฝก ขนาดใหญ่หลายหลัง นอกจากจะเป็นตลาดที่ขายสินค้าพวกอาหาร ผัก ผลไม้ แล้วยังมีการแสดงที่ใช้ท้องนา และ พื้นน้ำเป็นเวที นักแสดง ออกมาจากทุกทิศทุกทางสวยงามอลังการ อีกด้วย 

สัมผัสบรรยากาศของวิถีไทย
เพียงย่างก้าวที่เราได้เข้ามาในตลาดน้ำคลองสระบัว ในส่วนของบริเวณทางเข้า เราจะได้้้สัมผัสกับบทุ่งนาเขียวขจี ซึ่งบ่งบอกถึงความเ็นเมืองอยุธยา แต่ครั้งเก่าก่อน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของไทย นอกจากนี้ยังมีบ้าน เรือน ไทยในสมัยก่อนประดับประดาด้วยข้างของง่ายของง่ายๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันของเกษตรกร  เช่น อุปกรณ์หาปลา หม้อดินเผาที่จำลองมาให้เข้า ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ นอกจานี้หากเดินไปยังอีกฝั่งหนึ่งของตลาดน้ำ ก็จะพบกับสระบัวขนาดใหญ่พร้อมดอกบัวที่กำลังบานชูช่อสวยงามอวดสายตาให้นัก ท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม และดาราเด่นแห่งท้องนาคงไม่พ้นเจ้าทุยที่นอนเกลือกกลิ้งโคลน เป็นบรรยากาศของวิถีชีวิตและธรรมชาติแบบนี้ ซึ่งเราจะหาชมได้ยากในเมืองใหญ่

  

ชมบรรยากาศเลือกชิมของกินอร่ิอย
นอกจากสัมผัสบรรยากาศแบบพืนบ้านแล้ว ที่ตลาดน้ำคลองสระบัว ยังมีอาหารพื้นบ้านทั้งคาวหวานให้เราเลือกชิม มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมจีน มะตะบะ ยำต่าง หมูสะแต๊ ลูกชิ้น ขนมถ้วย ปอเปี๊ยะ เ็ป็นต้น การซื้ออาหาร รับประทานก็จะต้องมีการแลกคูปองด้วย

 ชมการแสดง
การแสดงที่เปิดให้ชมที่ตลาดน้ำคลองสระบัว เป็นการแสดงที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี โดยเ็้นการที่งดงามและ ตระการตาโดยเนรมิตฉากกลางทุ่งนาและเวทีกลางน้ำ ซึ่งดูแปลกตากว่าที่อื่น มีทั้งการแสดงวรรณคดีไทย และ การแสดงพื้นบ้านต่างๆ มีให้ชมทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน คือ รอบที่ 1 : 12.00 น., รอบที่ 2 : 14.00 น. ,รอบที่ 3:15.30 น. ,รอบที่ 4: 17.00 น.การแสดง แต่ละรอบแสดงไม่ซ้ำกันใช้เวลาในการแสดงรอบละครึ่งชั่วโมง

รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดให้เยี่ยมชมใน เสาร์ - อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. โดยเ็ก็บค่าเข้าตลาดน้ำ สำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก 35 บาท สำหรับเด็กโต และเด็กเล็กฟรี หลังสี่โมงเย็นจะลดอีกครึ่งราคา
การเดินทางไปตลาดน้ำคลองสระบัว
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
เมื่อมาถึงเกาะเมืองอยุธยา วิ่งรอบคูเมืองไปตามถนนอู่ทอง ตัดข้ามคูเมืองตามเส้นที่จะไปบ้านคลองสระบัว ผ่านวัด
ศรีโพธิ์ ขับตรงไปเรื่อยๆ ก้จะถึงตลาดน้ำคลองสระบัว เข้าไปจอดรถก่อนทางเข้าตลาด จอดฟรีค่ะ
2. โดยรถสาธารณะ
จากสถานีหมอชิตใหม่ มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน วันละ หลายเที่ยว ทั้งรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th หรือรถตู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต นั่งรถมาลงสุดสาย จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซต์ไปลงตลาดนำ้คลองสระบัว ค่าโดยสาร 25 บาท 

ข้อมูลจาก 
http://www.paiduaykan.com/76_province/central/ayutthaya/floatingmarket.html

•ตลาดน้ำสี่ภาค•

ตลาดน้ำสี่ภาค,พัทยา

เป็นตลาดเปิดใหม่ ย้อนยุค ณ ที่ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติจะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม แล้วยังได้นั่งเรือพายชมทัศนียภาพ 2 ฝั่งของแม่น้ำ รวมไปถึงสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในการค้าขาย ทางน้ำ ในที่ตลาดน้ำ 4 ภาค ท่านยังได้พบกับร้านค้าเรือนไทยด้วยไม้สักทั้งหลังที่สวยงาม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตลาดน้ำ 4 ภาค(พัทยา) จุดเด่นของเรือนไม้สักของแต่ละโซนภาคในประเทศไทยจะสังเกตุง่าย ๆ คือ หน้าจั่วที่มี ลักษณะแตกต่างกันเช่น เรือนภาคเหนือ มีเอกลักษณะพิเศษคือ กาแลไม้แกะสลัก อย่างงดงาม มีจำนวน 43 หลัง ซุ้มลีลาวดี และซุ้มกล้วยไม้จะเป็นจุดสำหรับพักผ่อน แล้วยังรวมไปถึงลานล้อที่เป็นลาน "กิจกรรมการแสดงของภาคเหนือ" เรือนภาคกลางจะตกแต่งบนยอดจั่วที่เรียกว่า "ปั้นลม" มีจำนวนรวม 31 หลัง มีลานของการแสดงอยู่ 2 ลานจะได้แก่ ลานเถิดเทิง และลานบางระจัน, ต่อมาคือเรือนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ (ภาคอีสาน) ยอดของจั่วจะเป็นรูปรัศมีสีของพระอาทิตย์เรืองรอง เรียกว่า "ยอดธง" ประกอบด้วยเรือน 22 หลัง แล้วยังมีลานของหมอลำเป็นการแสดง, เรือนสุดท้ายคือ เรือนของภาคใต้ มียอดจั่วที่เรียกว่า ปีกผีเสื้อ ประกอบด้วยเรือนจำนวน 15 หลัง มีซุ้มเฟื่องฟ้า ลานเบตง และลานโนราห์ เป็นลานกิจกรรมการแสดง

ความตั้งใจจริงเพื่อให้ตลาด น้ำ 4 ภาค(พัทยา) แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทยเรียน รู้วิถีชีวิตพอเพียงที่สัมผัสได้ รวมถึงเป็นจุดศูนย์รวมของวัฒนธรรมความเป็นอยู่ให้ครอบคลุมในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ การค้า การแสดง การกิน รวมทั้งงานทางด้านหัตถกรรมต่าง ๆ ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว ความเป็นมา ความเจริญรุ่งเรือง และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สมควรได้รับการดูและ และคุณค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่นานเท่านาน โครงการตลาดน้ำ 4 ภาค(พัทยา) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกแห่งเดียวที่จะคง ไว้ซึ่งวิถึชีวิตคนไทยที่ยึดแนวแล้วเดินตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยา รวมไปถึงสร้างทัศนคติความประทับใจกับผู้มาเยือน

แต่สำหรับสินค้าทั้ง 4 ภาค ที่มีให้ท่านซื้อเป็นของฝาก หรือว่าจะซื้อนำกลับบ้าน ก็จะแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิตของแต่ละภาค โดยทางภาคอีสาน โดดเด่นในกลุ่มสินค้าผ้าไหมหมัดหมี่ ผ้าไม่แพรวา เทียนหอม หมอนอิง, ภาคเหนือ จะเป็นสินค้างานไม้แกะสลัก เครื่องเงิน ผ้าพื้นเมิงลวดลายงดงามวิจิตร ผ้าไหม และร่มกระดาษ, ภาคใต้สินค้าเลื่องชื่อได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวผ้าบาติก เรือไม้จำลอง, และภาคสุดท้ายสำหรับภาคกลาง ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์หวาย กระเป๋าสาน เครื่องประดับ

ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทย แห่งใหม่ที่อยู่ท่ามกลางใจเมืองพัทยา สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ที่ได้จำลองวิธีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวไทยที่เรียบง่าย เรียนรู้วิถีพอเดียงดั้งเดิมที่ผู้พันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตกาลสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ของทั้ง 4 ภาคในประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน) และ ภาคกลาง

ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/thai-tour/east/chonburi/data/place/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B34%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84/

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

•ตลาดน้ำโบราณบางพลี•

ตลาดน้ำโบราณบางพลี


เป็นชุมชนใหญ่ชุมชนหนึ่งและมี ความรุ่งเรืองมากในอดีต เป็นตลาดขนส่งสินค้า และผู้โดยสาร จากภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลสู่กรุงเทพมหานคร การเดินทางในสมัยก่อน ใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางโดยการแจว พายและแล่นใบเดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าจะอยู่ใน คลองสำโรง ตลาดน้ำบางพลีถือเป็นตลาดน้ำประวัติศาสตร์ แห่งหนึ่ง มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและมี วัฒนธรรมที่ดีงามสั่งสม อยู่มากมายสมควรอนุรักษ์ฟื้นฟูให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและ หวงแหนวัฒนธรรมเก่าแก่ของบรรพบุรุษสืบต่อไปดังคำกลอน ของสุนทรภู่
“ถึงบางพลีมีเรือนอารามพระ 
ดูระกะดาษทางไกลไปกลางทุ่ง 
เป็นเลนลุ่มลึกเหลวเพียงเอวพุง 
ต้องลากจูงจ้างควายอยู่รายเรียง 
ดูเรือแพแออัดอยู่ยัดเยียด 
เข้าเบียดเสียดแทรกกันสนั่นเสียง 
แจวตะกูดเกะกะประกะเชียง 
บ้างทุ่มเถียงโดนดุนกันวุ่นวาย”

"มาเที่ยวตลาดแล้วจะเลือกนั่งรับลมเย็นสบายนั่งทานกันในแพ"
ระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตร ตลอดแนวสองฝั่งทางเดินที่ขนาน ไปกับคลองสำโรงของตลาดน้ำโบราณบางพลี ถูกจับจองจาก แม่ค้าพ่อค้าที่อาศัยอยู่มาแต่ดั้งเดิมจำหน่ายสินค้านานาชนิด ทั้งอาหารอร่อย ขนมหวาน ของใช้นานาชนิด ของตกแต่ง บ้านเรือน ของฝาก ร้านเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขาย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ

การเดินทาง
จากกรุงเทพ ฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรปราการ
ใช้ถนนสุขุมวิท เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบางนา จากนั้นใช้ถนน
บางนาตราด ขับตรงไปประมาณ 12 กิโลเมตร กลับรถเพื่อตัด
เข้าถนนกิ่งแก้ว – บางพลี (ประมาณ 2 กิโลเมตร) เลี้ยวซ้าย
ถึงวัดบางพลีใหญ่ใน เดินเท้าอีกนิดไปที่ท้ายวัดจะถึงตัวตลาด
น้ำโบราณบางพลี

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
 สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร.0-3731-2282,0-3731-2284

ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/attraction/index.php?id=20

•ตลาดน้ำอัมพวา•

ตลาดน้ำอัมพวา  จ.สมุทรสงคราม

เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 - 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดู หิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ค่าบริการคนละ 60 - 80 บาท


การเดินทาง: 
ทางรถยนต
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม) ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้ายใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา -เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟ เลี้ยวขวาถึงสามแยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอัมพวาชิดซ้ายเข้าอัมพวา วิ่งตรงผ่านตลาดอัมพวา ข้ามสะพานคลองอัมพวา(สะพานเดชาดิศร) ซุ้มประตูวัดทางเข้าอยู่ซ้ายมือ

รถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้
- รถสาย 76 กทม.-ดำเนินสะดวก เป็นรถปรับอากาศผ่านจังหวัดจังหวัดสมุทรสงครามถึงตลาดอัมพวา เดินผ่านตลาด ข้ามคลองอัมพวา ตรงไปถึงวัด
- สาย 967 กทม.-สมุทรสงคราม ถึงสถานีขนส่งสมุทรสงคราม ขึ้นรถประจำทางสาย 333 แม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ผ่านหน้าวัด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
เทศบาลตำบลอัมพวา โทร. 0 3475 1359 หรือที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 03475 2847-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th  หรือ Call Center 1672

ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/attraction/index.php?id=7