http://minniebarz.blogspot.com/p/blog-page.html
เที่ยวตลาดน้ำ
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554
•ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง•
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง,สมุทรปราการ
องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้งและประชาชนบางน้ำผึ้งได้ร่วมใจปลุกวิถี ชีวิตดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ พร้อมใจสร้างตลาดขึ้นมาใหม่ “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับขายสินค้าของชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงฝั่ง เมืองพระประแดง จนถึงปัจจุบันเติบโตจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นตลาดใกล้กรุงที่มีสินค้าหลากหลายทั้งของกินของใช้ของฝากนานาชนิด จัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ขนานไปกับคลองซอยสายเล็ก ๆ ที่แตกแขนงจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพื้นที่ที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน จัดจำหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์, ปลาสวยงามหลากชนิด, และผลิตผลของชาวบ้าน เช่น มะพร้าวอ่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยหอม ชมพู่มะเหมี่ยว, ขนมหวานพื้นเมืองฝีมือชาวบ้าน เช่น ขนมถ้วย ขนมจาก กล้วยแขก ม้าฮ่อ ขนมตระกูลทอง กาละแมกวน ฝอยเงินที่ใช้ไข่ขาวต้มในน้ำเชื่อมรสหวานชุ่มคอ หมี่กรอบโบราณ ฯลฯ อาหารคาว เช่น ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ไส้กรอกโบราณ ห่อหมกหมู หอยทอดในถาดขนมครก ไก่สะเต๊ะ น้ำพริกต่าง ๆ พร้อมเลือกผักเคียงข้างจาน เช่น ผักกระถิน ผักบุ้ง ผักหนาม ผักดองชนิดต่างๆ ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปพืชผักให้มีรับประทานนอกฤดูกาล นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงในจังหวัด สมุทรปราการ เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเลอย่างกุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากรกมะพร้าว ของตกแต่งบ้าน – ดอกหญ้าหลากสี, โมบายล์ ลูกตีนเป็ดรูปร่างแปลกตา เป็นต้น
บริการต่าง ๆ ในตำบลบางน้ำผึ้ง
- เรือพาย ลำละ 20 บาท
- นวดแผนโบราณ
- จักรยานให้เช่า 30 บาท/คัน
- โฮมสเตย์
- เรือชมหิ่งห้อย
ที่ตั้ง: วัดบางน้ำผึ้ง, ตำบลบางน้ำผึ้ง, อำเภอพระประแดง
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ 8 นาฬิกา - 14 นาฬิกา
ค่าเข้า: ฟรี
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วนขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง – สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายตรงสถานีบริการน้ำมัน พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดให้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งจะเป็นที่จอดรถ รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.138, สาย 82, ปอ.140 สาย 82 , สาย 506 ไปลงตลาดพระประแดงแล้วต่อรถประจำทางสายพระประแดง-บางกอบัว ก็จะผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
- เรือพาย ลำละ 20 บาท
- นวดแผนโบราณ
- จักรยานให้เช่า 30 บาท/คัน
- โฮมสเตย์
- เรือชมหิ่งห้อย
ที่ตั้ง: วัดบางน้ำผึ้ง, ตำบลบางน้ำผึ้ง, อำเภอพระประแดง
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ 8 นาฬิกา - 14 นาฬิกา
ค่าเข้า: ฟรี
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางด่วนมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ เมื่อลงทางด่วนขับมาเรื่อย ๆ จะเห็นสามแยก พระประแดง – สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายตรงสถานีบริการน้ำมัน พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดให้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีอนามัยบางน้ำผึ้งซึ่งจะเป็นที่จอดรถ รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.138, สาย 82, ปอ.140 สาย 82 , สาย 506 ไปลงตลาดพระประแดงแล้วต่อรถประจำทางสายพระประแดง-บางกอบัว ก็จะผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ข้อมูลจาก
http://www.paknam.com/thai/bang-nam-pheung.html
•ตลาดน้ำอโยธยา•
ตลาดน้ำอโยธยา,พระนครศรีอยุธยา
ตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็น บนเนื้อที่ 60 ไร่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับปางช้างอโยธยาข้าง วัดมเหยงคณ์ จะเรียกได้ว่าเป็นตลาดน้ำที่ยิงใหญ่ที่สุดในเมืองอยุธยา เป็นตลาดย้อนยุคแบบโบราณ แวดล้อมไป ด้วยธรรมชาติ แบบไทยพื้นบ้านและสายน้ำ จัดแบ่งเป็นโซนๆ ตลาดน้ำอโยธยามีร้านค้ามากถึง 249 ร้าน ประกอบ ด้วยเรือสินค้า ขายอาหาร 50 ลำ ตลาดนัดชุมชนวิถีไทกว่าอีก 40 ร้าน และร้านค้าต่างๆ อีก 159 ร้าน มีสะพานเดิน ริมแม่น้ำเพื่อ เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มชาวบ้านต่างอำเภอ หรือสินค้า OTOP มากมายหลากหลายชนิด
จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ตลาดน้ำอโยธยาได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยาเป็นต้น ถือได้ว่า ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน
จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ตลาดน้ำอโยธยาได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถ จดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี เช่น ตลาดบางซ้าย เครื่องจักรสาน ตลาดบางบาล ขนมของฝาก ตลาดบางปะหัน โรตี, ขนม, ของฝาก ตลาดเสนา กุ้งสด, ปลาเผา ลานการแสดง กรุงศรีอยุธยาเป็นต้น ถือได้ว่า ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน
สิ่งที่น่าสนใจในตลาดน้ำอโยธยา
1. นั่งเรือชมบรรยากาศของตลาดน้ำ
ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือชมตลาดน้ำได้อย่างทั่วถึงและได้บรรยากาศไปอีกแบบ โดยจะตั้งอยู่ในโซนทางเข้า หน้าตลาด ค่าบริการคนละ 20 บาท
1. นั่งเรือชมบรรยากาศของตลาดน้ำ
ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือชมตลาดน้ำได้อย่างทั่วถึงและได้บรรยากาศไปอีกแบบ โดยจะตั้งอยู่ในโซนทางเข้า หน้าตลาด ค่าบริการคนละ 20 บาท
2. เดินชมถ่ายรูปตามมุมและร้านค้าต่างๆ
ตลาดน้ำอโยธยา มีมุมสวย น่ารัก ให้เลือกมากมาย เริมตั้งแต่เข้ามาถึงบริเวณทางเข้าด้านหน้ากับป้ายชื่อ ตลาดน้ำอโยธยา ที่จำลองกำแพงเมืองเก่ามาตั้งไว้ที่นี่ รวมถึงรูปปั้นเด็กไทยโบราณตัวใหญ่และสะพานไม้ข้าม ร่องน้ำ ที่มีอยู่ตามมุมต่างก็น่าดึงดูดไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าฮิปๆ เก๋ ให้เราได้ถ่ายรูปอีกหลายร้านอีกด้วย
ตลาดน้ำอโยธยา มีมุมสวย น่ารัก ให้เลือกมากมาย เริมตั้งแต่เข้ามาถึงบริเวณทางเข้าด้านหน้ากับป้ายชื่อ ตลาดน้ำอโยธยา ที่จำลองกำแพงเมืองเก่ามาตั้งไว้ที่นี่ รวมถึงรูปปั้นเด็กไทยโบราณตัวใหญ่และสะพานไม้ข้าม ร่องน้ำ ที่มีอยู่ตามมุมต่างก็น่าดึงดูดไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าฮิปๆ เก๋ ให้เราได้ถ่ายรูปอีกหลายร้านอีกด้วย
3. แวะชิมอาหารอร่อย
การเดินชมตลาดเพื่อชิมอาหารรสชาดอร่อยๆเรียบคลองยาว หรือจะซื้อหาของกินของฝากบนร้านค้าที่ตั้งเรียงราย อยู่ในเรือนไทยอันงดงามรอบตลาดน้ำอโยธยาของเรา ก็เพลิดเพลินไม่แพ้กันที่นี่เขาคัดสรรของอร่อยทั่วเมือง ไทยมารวมไว้ โดยแบ่งเป็นโซนรับประทานอาหารไว้เป็นสัดส่วน ทั้งโซนที่เป็นร้านค้า และมุมของกินริมน้ำ ที่มี พ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขาย มีให้เลือกมากมายเช่นกันพร้อมโต๊ะที่นั่งให้เราได้นั่งกินอย่างสะดวกสบายหลายจุด
4.ช้อปสินค้านานาชนิด
มีให้เลือกมากมายหลากหลายร้านค้า ตั้งแต่สิ้นค้าอินแทรนด์ เก๋ไก๋ เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า และสินค้าประเภท OTOP เครื่องจักสาน มีดอรัญญิก หรืองานหัตถกรรมประเภทเฟอร์นิเจอร์ ของเก่า งานศิลป์ สปา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ฯลฯ ร้านขายของเก่า เครื่องเงิน เครื่องประดับ งานเขียน ยาสมุนไพร สินค้า ที่ระลึก เครื่องจักสาน สินค้า hand made ผ้าบาติก งานไม้จากกะลา งานแจกัน สปา งานไม้ตกแต่งบ้าน ฯลฯ ที่นี่ก็มีให้เลือกซื้อเลือกหากันไม่หวาดไม่ไหว
มีให้เลือกมากมายหลากหลายร้านค้า ตั้งแต่สิ้นค้าอินแทรนด์ เก๋ไก๋ เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า และสินค้าประเภท OTOP เครื่องจักสาน มีดอรัญญิก หรืองานหัตถกรรมประเภทเฟอร์นิเจอร์ ของเก่า งานศิลป์ สปา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ฯลฯ ร้านขายของเก่า เครื่องเงิน เครื่องประดับ งานเขียน ยาสมุนไพร สินค้า ที่ระลึก เครื่องจักสาน สินค้า hand made ผ้าบาติก งานไม้จากกะลา งานแจกัน สปา งานไม้ตกแต่งบ้าน ฯลฯ ที่นี่ก็มีให้เลือกซื้อเลือกหากันไม่หวาดไม่ไหว
4. ขี่ช้างชมโบราณสถาน
เนื่องจากตั้งอยู่ในโซนเดียวกับปางช้างอยุธยา กิจกรรมขี่ช้างชมโบราณสถาน วัดมเหยงคณ์ ค่าบริการคนละ 100 บาท/รอบ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจขี้ช้างสามารถติดต่อได้บริเวณทางเข้า
เนื่องจากตั้งอยู่ในโซนเดียวกับปางช้างอยุธยา กิจกรรมขี่ช้างชมโบราณสถาน วัดมเหยงคณ์ ค่าบริการคนละ 100 บาท/รอบ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจขี้ช้างสามารถติดต่อได้บริเวณทางเข้า
5. ชมการแสดงพื้นบ้านและกิจกรรมต่างๆ
การแสดงพื้นบ้านจะแบ่งเป็นรอบๆ นอกจากนี้ตลาดน้ำอโยธยายังมีกิจกรรมมากมายทั้งเวทีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ รอบตลาดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน รำไทย เพลงฉ่อย เพลงละคร Hilight ยามค่ำคืนกับการแสดง มินิ ไลท์ แอนด์ ซาวน์ โดยในวันธรรมดามี 3 รอบ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 รอบ
การแสดงพื้นบ้านจะแบ่งเป็นรอบๆ นอกจากนี้ตลาดน้ำอโยธยายังมีกิจกรรมมากมายทั้งเวทีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ รอบตลาดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน รำไทย เพลงฉ่อย เพลงละคร Hilight ยามค่ำคืนกับการแสดง มินิ ไลท์ แอนด์ ซาวน์ โดยในวันธรรมดามี 3 รอบ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 รอบ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลาดน้ำอโยธยา 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน ตั้ง แต่วันจันทร์ –อาทิตย์ เวลา 10.00น.-21.00น.
โทรศัพท์ 0-3588-1733
ตลาดน้ำอโยธยา 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน ตั้ง แต่วันจันทร์ –อาทิตย์ เวลา 10.00น.-21.00น.
โทรศัพท์ 0-3588-1733
•ตลาดเก้าห้อง•
ตลาดเก้าห้อง,สุพรรณบุรี
คำว่า "เก้าห้อง" นำมาจากชื่อบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านของขุนกำแหงฤทธิ์ ตั้งอยู่ริมน้ำ ข้างวัดลานคา และอยู่ตรงข้ามตลาดเก้าห้อง เป็นบ้านเรือนไทย ฝาประกัน ใต้ถุนสูง ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 9 ห้อง มีศาลปู่ศาลย่าเป็นที่เคารพบูชา
ตลาดเก้าห้อง เป็นชุมชนร้านตลาด อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเก้าห้อง ตลาดนี้เคยคึกคักอยู่ เมื่อเจ็ดสิบแปดปีก่อน โดยมีบทบาท เป็นศูนย์กลางการค้าขายของชาวบ้าน ในทุ่งฟากตะวันตกของบางปลาม้า ทั้งยังเป็นทางผ่านของเรือเมล์โดยสาร ระหว่างสุพรรณ-งิ้วราย
ตลาดเก้าห้อง ก่อสร้างโดยชาวจีนชื่อ ฮง ประกอบอาชีพค้าขาย และรับเหมาก่อสร้างจนร่ำรวย จึงต่อแพค้าขายอย่างถาวร อยู่หน้าบ้านเก้าห้อง แล้วเปลี่ยนชื่อจากฮง มาเป็นนายบุญรอด เหลียงพานิชย์ เพื่อความสะดวกสะดวกในการค้าขาย
ด้วยกิตติศัพท์ความร่ำรวยของนายบุญรอด ล่วงรู้ไปถึงหมู่โจร จึงถูกบุกปล้นทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง ทางอำเภอได้ออกสกัดจับโจรได้ทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น พร้อมนำทรัพย์สินมาคืน ต่อมานายบุญรอดคิดสร้างตลาด เพื่อค้าขายบนบก ชาวบ้านเรียกตลาดนี้ว่า "ตลาดเก้าห้อง" ซึ่งคำว่าเก้าห้อง นำมาจากชื่อบ้านเก้าห้องนั่นเอง
ตลาดเก้าห้องมีอยู่ 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง
-ตลาดบน มีอายุประมาณ 74 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น แบบสถาปัตยกรรมจีน ประมาณ 20 ห้อง พระชาญสุวรรณเขตเป็นผู้สร้าง
-ตลาดกลาง มีอายุประมาณ 74 ปี สภาพเดิมเป็นโรงสีของนายทองดี ต่อมาสร้างเพิ่มเติม เป็นห้องแถวประมาณ 10 ห้อง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน
-ตลาดล่าง มีอายุเก่าแก่ที่สุดประมาณ 104 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น แบบสถาปัตยกรรมจีน ประมาณ 20 ห้อง สร้างโดยนายบุญรอด เหลียงพานิชย์
หอดูโจรในตลาดเก้าห้อง
-ตลาดกลาง มีอายุประมาณ 74 ปี สภาพเดิมเป็นโรงสีของนายทองดี ต่อมาสร้างเพิ่มเติม เป็นห้องแถวประมาณ 10 ห้อง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน
-ตลาดล่าง มีอายุเก่าแก่ที่สุดประมาณ 104 ปี ลักษณะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น แบบสถาปัตยกรรมจีน ประมาณ 20 ห้อง สร้างโดยนายบุญรอด เหลียงพานิชย์
หอดูโจรในตลาดเก้าห้อง
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยนายบุญรอด เหลียงพานิช เป็นหอก่ออิฐถือปูน กว้าง 3x3 เมตร สูงราวตึก 4 ชั้น มีบันไดขึ้น 4 ชั้น ชั้นบนเป็นดาดฟ้า แต่ละชั้นฝาผนังจะมีรูโต ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว เมื่อเราขึ้นไปบนยอดสุด จะมองเห็นทัศนียภาพ ทั้งทางน้ำและทางบก ตลอดจนตลาดเก้าห้องได้หมด
สำหรับท่านที่ต้องการเห็น สภาพตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม นับวันแต่จะหายไป ท่านสามารถสัมผัสกับบรรยากาศได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพตลาด หอดูโจร บ้านเรือนไม้เก่า หรือชีวิตแบบเรียบง่าย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร (ดงดอกเหมย, ลอดลายมังกร) ภาพยนตร์ (อั้งยี่, แม่เบี้ย, ซีอุย, 7ประจัญบาน) นอกจากนี้ ยังถ่ายทำโฆษณา และมิวสิควีดีโอ มาแล้วมากมาย การค้าขายสินค้าท้องถิ่น อาทิเช่น ขนมจันอับ (ขนมเปี๊ยะ) กระหรี่พั๊บ ห่านพะโล้ เรือกาแฟ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ขนมไทยพื้นบ้าน หัตถกรรมจักสาน เป็นต้น ที่ยังมีให้สัมผัสได้ทุกวัน
รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดเก้าห้อง
สำหรับท่านที่ต้องการเห็น สภาพตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม นับวันแต่จะหายไป ท่านสามารถสัมผัสกับบรรยากาศได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพตลาด หอดูโจร บ้านเรือนไม้เก่า หรือชีวิตแบบเรียบง่าย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร (ดงดอกเหมย, ลอดลายมังกร) ภาพยนตร์ (อั้งยี่, แม่เบี้ย, ซีอุย, 7ประจัญบาน) นอกจากนี้ ยังถ่ายทำโฆษณา และมิวสิควีดีโอ มาแล้วมากมาย การค้าขายสินค้าท้องถิ่น อาทิเช่น ขนมจันอับ (ขนมเปี๊ยะ) กระหรี่พั๊บ ห่านพะโล้ เรือกาแฟ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ขนมไทยพื้นบ้าน หัตถกรรมจักสาน เป็นต้น ที่ยังมีให้สัมผัสได้ทุกวัน
รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดเก้าห้อง
ที่ตั้ง : ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ในเขตตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
- อยู่ห่างจากถนนใหญ่ (กรุงเทพ-สุพรรณ-ชัยนาท) ประมาณ 6-7 กิโลเมตร ต้องเ่ลี้ยวแยกเข้าไป
- หากจะไปเที่ยว ถ้ามาจากกรุงเทพ ก่อนถึงทางแยกเข้าอำเภอบางปลาม้า ประมาณ100 เมตร ทางซ้ายมือผ่านวัดลาดหอย และปั้มคาลเท็กซ์ มีทางแยกซ้ายติดปั้ม เลี้ยวเข้าไป (มีป้ายบอกทาง) ผ่านวัดสวนหงส์ เลี้ยวขวา ตรงเข้าไปจนถึงตลาดเก้าห้อง อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนวัดบ้านหมี่ จอดรถที่ตลาดสด - สถานีดับเพลิง
สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่- อยู่ห่างจากถนนใหญ่ (กรุงเทพ-สุพรรณ-ชัยนาท) ประมาณ 6-7 กิโลเมตร ต้องเ่ลี้ยวแยกเข้าไป
- หากจะไปเที่ยว ถ้ามาจากกรุงเทพ ก่อนถึงทางแยกเข้าอำเภอบางปลาม้า ประมาณ100 เมตร ทางซ้ายมือผ่านวัดลาดหอย และปั้มคาลเท็กซ์ มีทางแยกซ้ายติดปั้ม เลี้ยวเข้าไป (มีป้ายบอกทาง) ผ่านวัดสวนหงส์ เลี้ยวขวา ตรงเข้าไปจนถึงตลาดเก้าห้อง อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนวัดบ้านหมี่ จอดรถที่ตลาดสด - สถานีดับเพลิง
- ที่ทำการคณะกรรมการพัฒนาตลาดเก้าห้อง คุณปุ๊ก โทร. 0- 1828-8695
- ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 โทร. 035-587044
ข้อมูลจาก
www.yourhealthyguide.com/travel/tc-9-rooms.html
•ตลาดน้ำตลิ่งชัน•
ตลาดน้ำตลิ่งชัน,กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางขุนศรี หรือที่คนทั่วไปคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่า "คลองชักพระ" มีความสวยสดงดงาม มีอากาศบริสุทธิ์วิ่งวนหล่อเลี้ยงอยู่ทุกอณูของลมหายใจ ราวกับได้ย้อนยุคกลับไปสู่สังคมในอดีตที่มลพิษยังไม่ก้าวล้ำข้ามเส้นแบ่ง มารบกวน ภาพโดยรวมของสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดกึ่งชนบท ที่ผสมผสานวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้านกับธรรมชาติเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้สิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้าเมื่อไปเยือน คล้ายภาพถ่ายในอดีตที่ผู้คนต่างทำมาหากินในระดับชีวิตแบบพอเพียง ด้วยการเก็บพืชผัก ผลไม้ จากไร่สวนมาขายทำให้ผลผลิตที่วางเรียงรายขาย จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล บางคนก็แปลงกายจากแม่บ้านเป็นแม่ค้าโชว์ฝีมือทำอาหารรสเด็ดตามสไตล์ที่ถนัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่ของหวานและอาหารรสจัด รสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิม ด้านหน้าของตลาดน้ำก่อนจะลงไปสู่ตัวแพ สองข้างทางเต็มไปด้วยของขายละลานตามากมาย ทั้งขนมหวานที่หาทานยาก ผลไม้เนื้อนุ่มหวานฉ่ำ งานหัตถกรรมฝีมือดีน่าชื่นชมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงของดีฝั่งธน ต้นไม้และกล้วยไม่นานาพันธุ์ที่เพาะส่งตรงมาจากสวนส่วนตัว

ร้านหมูสะเต๊ะ ริมทางเดินก่อนลงโป๊ะซึ่งต้องขอยกนิ้วให้กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ที่บดถั่วลิสงหยาบๆ ผสมลงไปด้วย ความกรุบกรอบ น้ำจิ้มที่หวานมันกับเนื้อหมูนุ่มเข้ากันอย่างลงตัว
ร้านขนมเบื้องญวณ คนขายหน้าตาอิ่มเอิบดุใจดีนั่งขายอยู่ไม่ไกลจากทางลงแพ การันตีว่าขนมเบื้องญวณร้านนี้ ครบเครื่องสูตรแท้ดั้งเดิม ยิ่งเมื่อตักเป้นคำเล็กๆ ทานคู่กับอาจาดความหวานของไข่จะคลุกเคล้ากับส่วนผสมข้างในเป็นอย่างดี
นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ยังมีร้านที่รสชาติดีรอให้ คุณไปลิ้มลองด้วยตัวเองอีกมาก อย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ส้มตำ ก๋วยจั้บ เต้าหู้ทอด ปลาเผา ปลาดุกย่าง ของหวานก็มีหลายอย่าง ฯลฯ ซึ่งรับประกันเลยว่าอร่อยเด็ดทุกร้านเพราะต่างทำด้วยฝีมือเน้นๆ และใจรักที่จะขายล้วนๆ
แถบฝั่งธนจะมีสวนกล้วยไม้สำหรับตัดดอกมาขายกันเยอะ ดังนั้นจึงมีดอกกล้วยไม้มาขายกันมากมายหลายชนิด และมีต้นไม้ีให้เลือกซื้อกลับไปปลูกกันที่บ้านกันอีกด้วย

ร้านหมูสะเต๊ะ ริมทางเดินก่อนลงโป๊ะซึ่งต้องขอยกนิ้วให้กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ที่บดถั่วลิสงหยาบๆ ผสมลงไปด้วย ความกรุบกรอบ น้ำจิ้มที่หวานมันกับเนื้อหมูนุ่มเข้ากันอย่างลงตัว
ร้านขนมเบื้องญวณ คนขายหน้าตาอิ่มเอิบดุใจดีนั่งขายอยู่ไม่ไกลจากทางลงแพ การันตีว่าขนมเบื้องญวณร้านนี้ ครบเครื่องสูตรแท้ดั้งเดิม ยิ่งเมื่อตักเป้นคำเล็กๆ ทานคู่กับอาจาดความหวานของไข่จะคลุกเคล้ากับส่วนผสมข้างในเป็นอย่างดี
นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ยังมีร้านที่รสชาติดีรอให้ คุณไปลิ้มลองด้วยตัวเองอีกมาก อย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ส้มตำ ก๋วยจั้บ เต้าหู้ทอด ปลาเผา ปลาดุกย่าง ของหวานก็มีหลายอย่าง ฯลฯ ซึ่งรับประกันเลยว่าอร่อยเด็ดทุกร้านเพราะต่างทำด้วยฝีมือเน้นๆ และใจรักที่จะขายล้วนๆ
แถบฝั่งธนจะมีสวนกล้วยไม้สำหรับตัดดอกมาขายกันเยอะ ดังนั้นจึงมีดอกกล้วยไม้มาขายกันมากมายหลายชนิด และมีต้นไม้ีให้เลือกซื้อกลับไปปลูกกันที่บ้านกันอีกด้วย
หลังจากที่หนังท้องตึงก็ถึงเวลาผ่อนคลายกันด้วยกิจกรรมเบาๆ แต่ฮอตฮิตเป็นอย่างมากสำหรับผู้มาเยือนที่นี่ นั่นคือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่งเรือทัวร์คลอง สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติอันหลากหลาย ของสองฟากฝั่งคลอง โดยพาหนะที่ช่วยโน้มดึงให้ผู้มาเยี่ยมเยียนกลมกลืนไปกับสายน้ำแห่งนี้มาก ขึ้น คือเรือหางยาวท้องแบนรูปตัววี ซึ่งในปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีให้ได้พบเห็นกันแล้ว

รายรอบสองข้างทางระหว่างนั่งเรือ ภาพที่ปรากฏให้เห็นคล้ายเป็นภาพอันสวยสดในโปสการ์ดหลุดออกมา ไม่ว่าจะเป็นภาพเด็กกระโดดลงเล่นน้ำริมคลองอย่างสนุกสนาน การซื้อของข้ามคลองโดยการชักรอก ต้นลำพูที่ปล่อยรากอากาศยาวหยอกล้ออยู่กับแม่น้ำ รวมไปถึงบ้านเรือนไทยซึ่งปลูกสร้างอย่างสวยงาม
รวมถึงการได้ชมความงามของวัดวาอาราม เก่าแก่ริมฝั่งคลอง ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อด้วยความประทับใจที่ไม่มีวันลืมกับการได้สัมผัสประเพณีเก่าแก่ ลอดใต้อุโบสถให้สูงขึ้นจากพื้น 2 เมตร พร้อมทำบุญให้อาหารปลาบนเรืออย่างสนุกสนานอีกด้วย
ความครบครันของวิถีชีวิต ธรรมชาติ และ บรรยากาศในตลาดน้ำตลิ่งชันที่ไหลวิ่งเวียนวนอยู่คู่กับชาวบ้านมานานแสนนาน เป้นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยกระดับให้เมืองกรุงพร้อมอวดโฉมรับสมญานาม "เวนิสตะวันออก"อย่างเต็มภาคภูมิมากยิ่งขึ้น
รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดน้ำตลิ่งชัน
| ที่ตั้ง : บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ | |
| เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น | |
| ที่จอดรถ : ลานจอดรถของ สนง.เขตตลิ่งชันเลย ถ้าเต็มให้ขับรถตรงออกมา จะมีที่จอดรถของเขตอีกที่นึงทางด้านซ้ายมือ (อยู่ใกล้เคียงกับ วัดกาญจนสิงหาสน์ วัดรัชฏาธิฐาน วัดเรไร ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร) | |
การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว ใช้ถนนบรมราชชนนี โดยถ้าใช้ถนนพื้นราบ มาจากทางสะพานกรุงธนหรือสะพานพระปิ่นเกล้า พอข้ามสะพานข้ามคลอง (ที่มีขนส่งสายใต้อยู่ทางซ้าย) ก็ให้ชิดซ้ายสุดเข้าทางคู่ขนาน แล้ว เลี้ยวซ้าย เข้าซอยแรกทันที ตรงนี้ต้องขับรถระวังหน่อยเพราะต้องรีบชิดเข้าซ้าย พอเข้าซอยมาได้แล้วก็มา เลี้ยวขวา ที่แยกแรกที่เจอ แล้วตรงไปจนเจอสามแยก เลี้ยวซ้าย เข้าไปก็จะถึงแล้ว ถ้าใช้ทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าฯ มาจากสะพานพระราม 8 ขาออก หรือปิ่นเกล้า ให้ใช้ทางออก ตลิ่งชัน ลงมา วิ่งผ่าน สน.ตลิ่งชันมานิดเดียวก็ ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนฉิมพลี ได้เลย สังเกตว่าแยกเข้าถนนฉิมพลีจะอยู่ตรงทางลาดขึ้นสะพานลอยกลับรถ ขับเข้ามาตามถนนฉิมพลีเรื่อยๆ ไม่ต้องเลี้ยวที่แยกไหน ก็จะมาเจอกับตลาดน้ำตลิ่งชัน ระวังอย่าขับเพลินเลยทางเลี้ยวเข้าถนนฉิมพลีไป เพราะเลยไปอีกนิดจะเป็นถนนราชพฤกษ์ ที่เลี้ยวซ้ายไปเพชรเกษมโน้นเลย ขากลับ สำหรับใครจะใช้บรมราชชนนีขาเข้ากลับเข้ามา เพื่อจะข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าหรือสะพานกรุงธน แนะนำว่าให้กลับออกมาทางถนนฉิมพลี คือ ถนนที่ถ้าเดินออกจากตลาดก็ตรงต่อไปเลย วิ่งตามทางไปเรื่อยพอมาถึงถนนบรมราชชนนีแล้ว ไม่ต้องวิ่งไปหาสะพานลอยกลับรถที่อยู่ไกล เราจะมาใช้ถนนราชพฤกษ์ช่วยพาเรากลับเข้าเมืองกัน พอเลี้ยวออกจากถนนฉิมพลีมาเข้าบรมราชชนนี กันแล้ว เลยมานิดเดียวก็ให้ เลี้ยวซ้าย เข้าถนนราชพฤกษ์ที่ชี้ว่าไป "เพชรเกษม" ได้เลย เข้าราชพฤกษ์มาจะมี ทางกลับรถลอดใต้สะพาน อยู่ข้างหน้า ให้กลับรถ มาแล้วชิดขวาเข้ามาในทางด่วนวิ่งข้ามบรมราชชนนีมา แล้วก็ ใช้ทางออกด้านซ้าย ตามป้ายชี้ทาง "ปิ่นเกล้า" มา แค่นี้ก็สามารถย้อนกลับเข้าเมืองมาได้แล้ว รถประจำทาง สายที่ผ่านคือ สาย 79 (ราชประสงค์ - พุทธมณฑลสาย 2) เส้นทางจะผ่านหน้าตลาดพอดี | |
| ทัวร์คลอง : เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00, 11.00, 13.00, 14.00 (เที่ยวละ 2 ชั่วโมง) | |
| สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2424-1712 , 0-2424-5448 ข้อมูลจาก www.yourhealthyguide.com/.../tc-taladnam-talingchan.htm |
•ตลาดดอนหวาย•
ตลาดดอนหวาย,นครปฐม
ตั้งอยู่ที่ ต. บางระทึก อ. สามพราน จ.นครปฐม ริมแม่น้ำท่าจีน ความยาวของตลาดประมาณ 300 เมตร อยู่ติดกับวัดคงคารามดอนหวาย
ตลาดมีลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ตั้งแต่อดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
ตลาดเริ่มบูมตั้งแต่ปี 42-43 สมัย IMP ข้าวของแพง คนไทยประหยัด จึงค้นหาสินค้าราคาประหยัด
เดิมทีเป็นเพียงตลาดภายในชุมชนที่ไม่ได้ใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงโด่งดังอะไร ในยุคที่การสัญจรและการค้าขายทางน้ำยังคับคั่ง ชาวบ้านจะพายเรือแจวมาซื้อหาข้าวปลาอาหาร ที่ตลาดดอนหวายกันทุกวัน จนมาชั่วเวลาหนึ่ง สีสันการค้าขายของชุมชนแห่งนี้ก็จืดจางลงไป เนื่องจากมีการสร้างถนนวัดไร่ขิง ตัดผ่านหน้าชุมชนเมื่อประมาณ 30ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้ชาวบ้านหันไปซื้อหาของจากนอกชุมชนแทน เพราะการเดินทางสะดวกขึ้น พ่อค้าแม่ขายในตลาดดอนหวาย จึงต้องโยกย้ายแหล่งทำมาหากินไปอยู่ที่อื่น ตลาดดอนหวายเกือบจะกลายเป็นตลาดร้าง มีร้านค้าอยู่ไม่ถึง 10 ร้านที่ยังคงยืนหยัดค้าขายอยู่
จนมาวันหนึ่ง ประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา เมื่อทีมงาน "เที่ยวไป กินไป" จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำทีมโดย พลเอก โอภาส โพธิแพทย์ ได้เดินทางไปรับประทานเป็ดพะโล้ที่ร้านนายหนับ และตีพิมพ์เรื่องราวเป็ดพะโล้รสอร่อยของร้านนายหนับ และบรรยากาศตลาดดอนหวายสู่สาธารณชน ตั้งแต่วันนั้นก็เสมือนว่า ตลาดดอนหวายได้เกิดใหม่เป็นครั้งที่ 2 เพราะเช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดดอนหวายก็เต็มไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต้องการมาพิสูจน์ความเอร็ดอร่อยของ อาหารชนิดต่าง ๆ และชื่นชมบรรยากาศเก่า ๆ ที่นับวันจะหายากขึ้นทุกที พ่อค้าแม่ขายที่เคยย้ายไปค้าขายอยู่ที่อื่น เมื่อรู้ข่าวว่าตลาดดอนหวายกลับมาคึกคักอีกครั้ง ต่างก็พร้อมใจกันกลับมาค้าขาย ณ ตลาดเดิม พ่อค้าแม่ค้าจากที่ไกล ๆ เช่น อยุธยา ปทุมธานี ระยอง ฯลฯ ก็นำสินค้ามาจำหน่ายด้วย จำนวนร้านค้าจึงเพิ่มมากขึ้น สินค้าก็หลากหลายไปกว่าแต่ก่อน ประกอบกับรายการโทรทัศน์ และสื่อชนิดต่าง ๆ ทยอยกันทำข่าวเกี่ยวกับอาหารบ้าง เกี่ยวกับตลาดบ้างไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ช่วยประชาสัมพันธ์อีกแรงหนึ่ง ตลาดดอนหวายจึงมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว
ทุกวันนี้นอกจากนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงแล้ว นักท่องเที่ยวจากจังหวัดที่อยู่ไกลออกไป เช่น สุพรรณบุรี ระยอง ฯลฯ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็จะหาโอกาสแวะมาซื้อหาของกินอร่อย ๆ ที่นี่ แต่ที่มากสุด ก็เห็นจะเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯนั่นเอง เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะระยะทางไม่ไกลมากนัก และถนนหนทางก็สะดวก มีแผ่นป้ายบอกทางเข้าตลาดดอนหวายอย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน คือถ้าไม่มาซื้อเป็ดพะโล้ ก็ต้องมาซื้อขนมไทยซึ่งมีหลากหลาย หรือไม่ก็ห่อหมกปลาช่อน เพราะทั้งสามอย่างนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อ ขนาดว่าถ้าใครมาตลาดดอนหวายแล้วไม่ได้ซื้ออย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ กลับไป ก็แสดงว่ามาไม่ถึงตลาดดอนหวาย ในตลาดยังมีของอร่อย ๆ อีกมายมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ ทั้งน้ำอ้อย น้ำตาลสด น้ำมะพร้าวอ่อนที่หอมหวานน่าดื่ม บรรจุในตุ่มดินเผาใบเล็ก ๆ ทำให้เมื่อดื่มแล้วรู้สึกเย็นชื่นใจยาวนาน ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าหลังการเดินซื้อของได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีผักและผลไม้นานาชนิดจำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะส้มโอ ผลไม้ขึ้นชื่อของนครชัยศรีที่เจ้าของสวนขนมาขายเอง จึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ และสามารถต่อรองราคากันได้
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทานอาหาร ที่นี่เขาก็มีบริการล่องเรือชมบรรยากาศสองฟากแม่น้ำท่าจีนไปพร้อม ๆ กับการรับประทานอาหาร เป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ หรือถ้าไม่ต้องการรับประทานอาหาร เพราะอิ่มอร่อยไปเรียบร้อยแล้ว จะนั่งเรือชมบรรยากาศอย่างเดียวก็ได้ สนนราคาค่าโดยสารแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม และจะมีเรือออกเป็นรอบ ๆ ไป
สำหรับบรรยากาศทั่ว ๆ ไปของตลาดดอนหวายนั้น ในวันธรรมดาจะเงียบเหงา แต่พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนจะแน่นขนัดชนิดเดินหลีกกันไม่พ้นทีเดียว
แม้ตลาดแห่งนี้จะไม่ใช่ตลาดที่ก่อตั้งและพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 100 กว่าปีที่ผ่านมา แต่การที่ตลาดแห่งนี้หวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็เพราะความร่วมมือของคนในชุมชน ที่พยายามจะดำรงรักษาให้ตลาดแห่งนี้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป แต่ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เชี่ยวกรากเช่นนี้
ชาวชุมชนจะรักษาตลาดโบราณริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ไว้ได้นานสักแค่ไหน เป็นสิ่งที่คนในชุมชนต้องใคร่ครวญ และเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน
สำหรับบรรยากาศทั่ว ๆ ไปของตลาดดอนหวายนั้น ในวันธรรมดาจะเงียบเหงา แต่พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนจะแน่นขนัดชนิดเดินหลีกกันไม่พ้นทีเดียว
แม้ตลาดแห่งนี้จะไม่ใช่ตลาดที่ก่อตั้งและพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 100 กว่าปีที่ผ่านมา แต่การที่ตลาดแห่งนี้หวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็เพราะความร่วมมือของคนในชุมชน ที่พยายามจะดำรงรักษาให้ตลาดแห่งนี้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป แต่ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เชี่ยวกรากเช่นนี้
ชาวชุมชนจะรักษาตลาดโบราณริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ไว้ได้นานสักแค่ไหน เป็นสิ่งที่คนในชุมชนต้องใคร่ครวญ และเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน
ที่ตั้ง : วัดดอนหวาย อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น. แต่ของและคนจะเยอะในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ - วันหยุดนักขัตฤกษ์
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ถนนหมายเลข 338) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 26 จะถึงปั้มน้ำมัน JET ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน จากนั้นขับเลยปั้มน้ำมันไปประมาณ 600 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 3316 แล้วขับตรงไปประมาณ 5.5 กิโลเมตร ท่านก็จะถึง ตลาดดอนหวาย ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของท่าน
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ถนนหมายเลข 338) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 26 จะถึงปั้มน้ำมัน JET ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน จากนั้นขับเลยปั้มน้ำมันไปประมาณ 600 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 3316 แล้วขับตรงไปประมาณ 5.5 กิโลเมตร ท่านก็จะถึง ตลาดดอนหวาย ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของท่าน
จากกรุงเทพฯ วิ่งมาตามถนนเพชรเกษม ผ่านบางแค อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน สวนสามพราน พอเลยสวนสามพรานมาให้สังเกตทางด้านขวามือจะเห็นป้ายบอกว่าวัดไร่ขิง (ตรงป้ายนี้เป็นแค่ทางเข้าวัดไร่ขิง ไม่ใช่ตัววัด ต้องวิ่งเข้าไปข้างในจึงจะเป็นวัด ระยะทางก็ประมาณ 2 กิโลเมตร) เมื่อเห็นป้ายแล้วให้วิ่งรถเลยไปแล้วไปกลับรถ (U- Turn) ใต้สะพาน หลังจากกลับรถใต้สะพานแล้ว ให้วิ่งย้อนกลับมาแล้วเลี้ยวซ้ายตรงป้ายที่บอกว่าวัดไร่ขิงนะครับ จากนั้นขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง วัดไร่ขิง ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน ซึ่งบริเวณริมน้ำหน้าวัดไร่ขิงจะมีเรือบริการไป-กลับ ตลาดน้ำดอนหวายด้วย ถ้าใครสนใจก็นั่งไปได้ (ค่าบริการท่านละ 50 บาท) จากวัดไร่ขิงขับตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึง ตลาดดอนหวาย ซึ่งตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน
รถประจำทาง นั่งรถจากสายใต้ใหม่ สายกรุงเทพ-นครปฐม, กรุงเทพ-ราชบุรี, กรุงเทพ-กาญจนบุรี, กรุงเทพ-สุพรรณบุรี (ควรเช็คว่ารถผ่านทางเข้าวัดไร่ขิงหรือไม่) แล้วลงตรงทางเข้าวัดไร่ขิง (ทางเข้าวัดไร่ขิงจะอยู่ทางด้านขวามือ ซึ่งอยู่เลยสวนสามพรานมานิดนึง) หลังจากลงรถแล้วให้เดินข้ามฝั่ง แล้วไปขึ้นรถสองแถว (ค่าบริการท่านละ 4 บาท) ไปลงที่วัดไร่ขิง ซึ่งบริเวณริมน้ำหน้าวัดไร่ขิงจะมีเรือบริการไป-กลับ ตลาดน้ำดอนหวายด้วย ถ้าใครสนใจก็นั่งไปได้ (ค่าบริการท่านละ 50 บาท) ถ้าไม่สนใจให้ท่านมาขึ้นรถที่ท่ารถสองแถว (ค่าบริการท่านละ 3 บาท) เพื่อไปยังตลาดดอนหวาย ซึ่งจะผ่านวัดท่าพูด (ระยะทางจากวัดไร่ขิงถึงตลาดดอนหวายประมาณ 5 กิโลเมตร) ก็จะถึงตลาดดอนหวาย ซึ่งตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
รถตู้ มีรถตู้จากบริเวณร้านอาหารเฮือนไท (ใกล้กับห้างพาต้าปิ่นเกล้า) โดยจะให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น
บริการเรือ
เรือศรีสวัสดิ์ (ย้อนยุค) :- บริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้น และเรือกระแชง โดยแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดท่าพูด วัดไร่ขิง และวังปลา เส้นทางที่สอง จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดไร่ขิง วังปลา วัดสรรเพชร วัดเดชา โรงเรียนนายร้อยสามพราน และสวนสามพราน
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-1448-8876, 0-1659-5805, 034-321038
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-1448-8876, 0-1659-5805, 034-321038
เรือมิตรสายชลการท่องเที่ยว :- ให้บริการชมวิว 2 ฝั่งน้ำ บริการวิ่งไปทางด้านนครชัยศรี (คนละด้านกับเรือศรีสวัสดิ์) ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นธรรมชาติ สวน ไร่ และวัดริมแม่น้ำหลายวัด และมีบริการทัวร์จัดไปไหว้พระตลอดริมน้ำภายใน 1 วันถึง 9 วัด
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-9822-4585 อ้อย (มิตรสายชล)
ข้อมูลจาก
รายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 0-9822-4585 อ้อย (มิตรสายชล)
ข้อมูลจาก
http://www.thai-tour.com/wb/view_topic.php?id_topic=583
วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554
•ตลาดบ้านใหม่..แปดริ้ว•
ตลาดบ้านใหม่..แปดริ้ว,ฉะเิชิงเทรา
ขับ รถเข้าถึงตัวเมืองแล้วขับตรงผ่านตลาด มาทางบางน้ำเปรี้ยว จากตลาดประมาณ2-3กม.เท่านั้น ถ้าไปไม่ถูกจริงๆ ถามชาวบ้านแถวตลาดได้เลยทุกคนเค้ารู้จักดี และมีน้ำใจบอกทางให้ จอดรถใต้สะพานรถไฟ ริมน้ำได้เลย หรือจะไปทางเรือก็ได้ จอดรถที่วัดโสธร ซื้อตั๋วเรือที่ท่าน้ำหลังวัด ในเรือมีไกด์ท้องถิ่นให้ข้อมูลเป็นสาระ เรื่องเมืองแปดริ้ว ชี้ชวนให้ดูเล่าเรื่องวิถีริมฝั่งน้ำบางปะกง ฟังเพลิน ชมเพลินๆ 20 นาที ก็ถึงท่าเรือตลาดบ้านใหม่แล้ว ขากลับก็ยังใช้สิทธิ์ ล่องกลับได้ ไม่ต้องเสียตังค์อีก
ข้อมูลจาก
http://www.thailandmgg.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5363088&Ntype=5
ตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดที่อยู่คู่กับชาวแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับเนื่องมากว่า 100 ปี ในอดีตเส้นทางการสัญจรของชาวไทยส่วนใหญ่ จะใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ทำให้ตลาด และแหล่งชุมชนที่หนาแน่นส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณริมน้ำ เช่นเดียวกับชาวแปดริ้วที่มีตลาดบ้านใหม่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำสายหลัก แหล่งชีวิตของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเส้นทางน้ำสายนี้เชื่อมต่อไปจนถึงแม่น้ำปราจีนบุรี นับเป็นระยะทางถึง 230 กิโลเมตร ดังนั้นแหล่งเศรษฐกิจ การค้าขาย และวิถีชีวิตของตลาดที่อยู่ริมน้ำจึงมีความสำคัญและเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษ
จวบจนกระแสแห่งวัตถุ และการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของเทคโนโลยี ทำให้เส้นทางการสัญจรทางน้ำถูกลดบทบาทลง การสัญจรทางบกเข้ามามีบทบาทแทน จังหวัดฉะเชิงเทราเองก็หนีไม่พ้นวิถีนี้ ความคึกคักศูนย์กลางการค้าได้ย้ายที่เปลี่ยนไป มีตลาดใหม่เกิดขึ้น รองรับการค้าขายทางบกแทน ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวตลาดบ้านใหม่ อันเป็นตลาดริมน้ำที่ผูกพัน อยู่กับการค้าขายชายน้ำ มีสภาพเงียบเหงา
จวบจนกระแสแห่งวัตถุ และการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของเทคโนโลยี ทำให้เส้นทางการสัญจรทางน้ำถูกลดบทบาทลง การสัญจรทางบกเข้ามามีบทบาทแทน จังหวัดฉะเชิงเทราเองก็หนีไม่พ้นวิถีนี้ ความคึกคักศูนย์กลางการค้าได้ย้ายที่เปลี่ยนไป มีตลาดใหม่เกิดขึ้น รองรับการค้าขายทางบกแทน ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวตลาดบ้านใหม่ อันเป็นตลาดริมน้ำที่ผูกพัน อยู่กับการค้าขายชายน้ำ มีสภาพเงียบเหงา
บ้านเรือนบางส่วนชำรุดทรุดโทรม แต่ยังมีชาวชุมชนส่วนหนึ่งที่ยังดำรงอยู่ และประคับประคอง ชีวิตที่ผสมผสานวัฒนธรรม ไทย-จีน ให้ยังคงอยู่ เมื่อกระแสการท่องเที่ยวกลายเป็นกระแสยอดนิยม ที่นำเศรษฐกิจ และความมั่งคั่งประกอบกับ มีอาการโหยหาอดีต(nostalgia) ของผู้คนมีเพิ่มมากขึ้น เป็นการจุดประกายแนวคิด ในการพัฒนาตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น จึงมีการพลิกฟื้นวิถีตลาดริมน้ำโบราณ ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยความร่วมมือของหลายฝ่ายในพื้นที่
มีการก่อตั้ง “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ขึ้นเพื่อดำเนินงานและดูแลร้านค้ากว่า 120 ร้าน ภายใน ตลาดบ้านใหม่ ภายใต้ชื่อ “ โครงการพัฒนา ตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ” เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกทางหนึ่งด้วย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 ได้ร่วมให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ โดยจัดให้มีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2547
มีการก่อตั้ง “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ขึ้นเพื่อดำเนินงานและดูแลร้านค้ากว่า 120 ร้าน ภายใน ตลาดบ้านใหม่ ภายใต้ชื่อ “ โครงการพัฒนา ตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ” เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกทางหนึ่งด้วย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 ได้ร่วมให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ โดยจัดให้มีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2547
ภายในตลาดจะมีทั้งสินค้าที่เป็น อาหารต่างๆ ทั้งข้าวแกง อาหารตามสั่งรสชาติดั้งเดิม ก๋วยเตี๋ยว และกาแฟโบราณ เครื่องดื่มสมุนไพร ขนมไทย-จีน ของเล่นโบราณ ของฝาก ของที่ระลึกนานาชนิด รวมทั้งผักสด ผลไม้ท้องถิ่นสดจากสวน ขายตรงถึงมือไม่ผ่านคนกลาง โชคดีอาจเจอชาวประมงตกกุ้งแม่น้ำ มาลอยเรือร้องขายกับจะๆ ให้แย่งกันซื้อ
การเดินทาง
ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ เขตเทศบาลเมือง ฉะเชิงเทรา (ทางไป อ.บางน้ำเปรี้ยว) ขับ รถเข้าถึงตัวเมืองแล้วขับตรงผ่านตลาด มาทางบางน้ำเปรี้ยว จากตลาดประมาณ2-3กม.เท่านั้น ถ้าไปไม่ถูกจริงๆ ถามชาวบ้านแถวตลาดได้เลยทุกคนเค้ารู้จักดี และมีน้ำใจบอกทางให้ จอดรถใต้สะพานรถไฟ ริมน้ำได้เลย หรือจะไปทางเรือก็ได้ จอดรถที่วัดโสธร ซื้อตั๋วเรือที่ท่าน้ำหลังวัด ในเรือมีไกด์ท้องถิ่นให้ข้อมูลเป็นสาระ เรื่องเมืองแปดริ้ว ชี้ชวนให้ดูเล่าเรื่องวิถีริมฝั่งน้ำบางปะกง ฟังเพลิน ชมเพลินๆ 20 นาที ก็ถึงท่าเรือตลาดบ้านใหม่แล้ว ขากลับก็ยังใช้สิทธิ์ ล่องกลับได้ ไม่ต้องเสียตังค์อีก
ข้อมูลจาก
http://www.thailandmgg.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5363088&Ntype=5
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)













